ความลับกับเด็กที่ถูกมองข้าม ตอน 15 - สานสัมพันธ์สามพี่น้อง
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Recs เมื่อ 2026-1-21 14:19ย้อนอ่านตอนเก่า...>>ตอน 1 - ตีสนิทน้องแถวบ้าน<<>>ตอน 2 - สอนเด็กแว่นชักว่าว<<>>ตอน 3 - เสพติดความเสียว<<>>ตอน 4 - เปิดเทอมก็เริ่มเสียว<<>>ตอน 5 - เปิดเผยความลับกับน้องชาย<<>>ตอน 6 - เหตุเกิดเพราะความหวงน้อง<<>>ตอน 7 - น้องในหมู่บ้านพาเสียว<<>>ตอน 8 - เล่นเสียวจนเข้าโรงพยาบาล<<>>ตอน 9 - น้องเก้าพาเสียว<<>>ตอน 10 - กินยาปริศนาจนได้เสียว<<>>ตอน 11 - เมื่อคนแปลกหน้าแวะมาบ้าน<<>>ตอน 12 - เสียวกันกลางอากาศ<<>>ตอน 13 - การกลับไปเจอเพื่อนเก่า<<>>ตอน 14 - เสียวกันยันข้ามปี<<
ตอน 15 - สานสัมพันธ์สามพี่น้อง
หลังจากผมได้ไปเที่ยวพักผ่อนที่เขาใหญ่กับน้องกาย น้องชายวัย 13 ของผม พร้อมเซนแฟนหนุ่มวัยเดียวกันของน้อง โดยพ่อของเซนได้มาส่งให้เราสามคนกางเต็นท์นอนด้วยกันในลานกว้าง
คืนนั้นผมได้ใกล้ชิดและพูดคุยกับเซนมากขึ้น จนเริ่มรู้สึกว่าไว้ใจได้มากพอที่จะฝากชีวิตของน้องกายไว้กับเขา
แต่แล้วความเมา... ก็พาให้ทุกอย่างเลยเถิดไปกว่าที่ใครจะคิด เมื่อกายกลับเป็นฝ่ายขอให้ผมกับเซน “แสดงความรัก” ให้น้องพร้อมกัน และจากวินาทีนั้น ทุกอย่างก็เกินเลยกว่าจะย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
พวกเราต่างช่วยกันเก็บของเตรียมจะกลับกรุงเทพฯ ทั้งน้องกายกับเซนทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในหัวผมกลับยังขุ่นอยู่กับภาพเมื่อคืนตลอดเวลา... เรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะผมเมาจนขาดสติ
ตอนที่กายไปอาบน้ำ ผมเลยถือโอกาสคุยกับเซนในระหว่างที่ช่วยกันเก็บเต็นท์
“เซน... เรื่องเมื่อคืนคือเอ่อ... พี่ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้นเลย” เสียงผมเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงลม
เซนเงยหน้ามามองนิดหนึ่งก่อนจะพูดพลางพับผ้าใบต่ออย่างใจเย็น“ช่างมันเถอะพี่ ถ้ากายมันมีความสุข ผมก็ไม่คิดอะไรหรอก ดีด้วยซ้ำที่เป็นพี่อะ”
“จริงเหรอ? แต่พี่ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี เพราะเซนก็เป็นแฟนกายอ่ะ” ผมชะงักไปนิดนึง
“จริงดิพี่ ผมรู้นิสัยมันดีอยู่แล้ว ถ้าผมกลับญี่ปุ่น ฝากพี่ดูมันให้หน่อยนะ ถ้ามันมีอารมณ์หรืออยากขึ้นมาจริงๆ พี่ช่วยมันก็ได้ ผมไม่ว่าอะไรหรอก ดีกว่ามันไปมั่วกับคนอื่นอีก” เซนตอบแบบชิลๆ พลางหัวเราะเบาๆ
ผมหลุดยิ้มออกมา ความหนักในอกคลายลงจนรู้สึกได้“โอเคๆ เดี๋ยวเซนไปอาบน้ำก่อนก็ได้ ที่เหลือพี่เก็บให้เอง”
พอได้ยินแบบนั้นจากปากเซน ถึงรู้ว่ามันทำให้รู้สึกโล่งได้ขนาดนี้ เหมือนความรู้สึกผิดทั้งหมดมันเริ่มหายไป... เหลือแต่ความเชื่อใจและไว้ใจของผมกับน้องเซน
ไม่นานนักพ่อเซนกับคนขับรถก็มารับพวกเราช่วงสายๆ ในวันแรกของปี และต่างพาเราเดินทางกลับบ้านกันอย่างปลอดภัย
...
ช่วงเย็นวันเดียวกัน ก็พากันเดินทางกลับมาถึงบ้าน ผมรีบมองหาน้องเก้าทันทีด้วยความเป็นห่วง พอเห็นน้องนั่งยิ้มรออยู่ตรงหน้าบ้าน ความเหนื่อยจากการเดินทางก็แทบหายเป็นปลิดทิ้ง
“อ้าว เก้า ไม่ได้อยู่กับฟิวเหรอ?” ผมถามอย่างสงสัย
“ฟิวไปข้างนอกกับย่าครับ พี่บอกว่าจะกลับวันนี้ ผมเลยมารอพี่ก่อน” เสียงตอบของน้องมันดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความคิดถึงจนผมอดยิ้มตามไม่ได้
“แล้วไม่มีใครมาทำอะไรแปลกๆ แถวนี้ใช่มั้ย ตอนพี่ไม่อยู่?”
“ไม่มีครับ ทุกอย่างปกติดีเลย ได้เวลเพิ่มเป็น 9 แล้วด้วยครับ” เก้ายิ้มกว้างอย่างภูมิใจ เหมือนเด็กที่เพิ่งผ่านการเฝ้าบ้านสำเร็จ
"ทำดีมากเก้า เก่งมากเลย" ทุกครั้งที่น้องพูดเรื่องเลเวลขึ้น ผมต้องฝืนยินดีกับน้องไปด้วยทุกที เพื่อให้รู้ว่าผมไม่ได้คิดมาก
ไม่นานนัก น้องกายกับผมก็หันไปไหว้พ่อของเซนพร้อมกัน เป็นการขอบคุณที่พาไปเที่ยวพักผ่อน ส่วนเซนต้องไปธุระต่อที่บ้านญาติ เลยต้องแยกกันตรงนี้ คืนนี้น้องกายต้องกลับมานอนที่ห้องกับผมเหมือนทุกคืน
...
เราเดินขึ้นไปบนห้องด้วยกัน ขนของฝากกับกระเป๋าเต็มมือ ก่อนที่สายตาผมจะเหลือบไปเห็นกระปุกยาเล็กๆ กับแว่นตาที่เคยให้น้องฟิวยืม วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงอย่างเรียบร้อย เหมือนเจ้าตัวตั้งใจเอามาคืนไว้
“โห เก้า... จัดกับฟิวไปกี่รอบเนี่ย ทำไมยาเหลือแค่สามเม็ดเอง?” เสียงกายแซวพลางหยิบกระปุกยาขึ้นมาดูหน้าตาเฉย
“เอ่อคือ... ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลยครับ” เก้าตอบเสียงสุภาพ“แค่กอดกับจูบกันเองครับ ฟิวยังฝันร้ายเรื่องวันนั้นที่โดนฝังอยู่เลย ผมเลยไปปลอบฟิวครับ”ถึงจะดูออกว่าเก้าโกหกไม่เนียน แต่ก็แอบสงสารฟิวอยู่หน่อยๆ คงยังฝังใจกับเหตุการณ์นั้นไม่หาย
“ใช้ของเปลืองจังเลยเก้า สงสัยต้องไปหายามาเพิ่มแล้วมั้งพี่มิก”
“ใช้แค่นี้แหละกาย อะไรที่มากไปมันก็ไม่ดีหรอก เดี๋ยวค่อยหาวิธีอื่นแทนก็ได้” ผมบอกพลางวางกระเป๋าลงบนพื้น
“โถ่ แต่วิธีอื่นมันช้าอ่ะพี่ อันนี้แค่กินก็ออกจากร่างได้ละ สะดวกดีจะตาย”
“งั้นพี่นอนก่อนละ ขี้เกียจเถียง” ผมถอนหายใจแล้วล้มตัวลงบนเตียง ปล่อยให้ความนุ่มของที่นอนกล่อมความเพลียจากการเดินทาง
“นอนด้วยดิ โคตรง่วงเลย เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลยอ่ะ” กายทิ้งตัวลงข้างๆ แบบไม่รอให้ผมอนุญาต ส่วนเก้าก็หันมามองตาโตด้วยความสงสัย
“เมื่อคืนทำไมไม่นอนเหรอครับ เคาท์ดาวน์กันเหรอ?”
“ไม่ได้เคาท์ดงเคาท์ดาวน์อะไรเลยเก้า... เมาหนักกันทั้งคืนเลยมากกว่า” กายพูดพลางหัวเราะ “แต่โคตรฟินเลยเนอะพี่มิก”
ผมหันขวับทันที “สรุปมีสติอยู่ใช่มั้ยเมื่อคืน แกล้งเมาเหรอ?”
“เมาจริงดิพี่ อ้วกซะขนาดนั้น แค่ยังจำความรู้สึกได้บ้างนิดๆ ” น้องตอบยิ้มๆ เหมือนภูมิใจซะงั้น
“ทำอะไรกันบ้างครับ? เล่าให้ผมฟังหน่อยสิ” เก้าถามอย่างตาเป็นประกาย
“ถามกายเอาเองละกัน พี่ง่วงละ...” ผมพูดพลางหลับตา ปล่อยให้เสียงหัวเราะของสองคนนั้นกล่อมไปเรื่อย
สุดท้ายผมก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางเสียงพูดคุยคิกคักอย่างถูกคอของน้องชายทั้งคู่ ที่ทำให้ห้องนอนกลับมาดูมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
...
หลังหมดวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ เซนก็ต้องบินกลับไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ทำเอาน้องกายดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด... จากที่เคยพูดไม่หยุดกลายเป็นเงียบไปซะอย่างนั้น เอาแต่ก้มหน้าเล่นมือถือ แล้วพอตกกลางคืนก็นอนหันหลังให้ผม ห่มผ้าคลุมโปงจนมิดหัว
เห็นแบบนั้นผมก็อดสงสารไม่ได้ เลยเดินเข้าไปนั่งข้างเตียง ค่อยๆ ลูบหัวน้องนอกผ้าห่มเบาๆ “เป็นไรอ่ะกาย เศร้าเรื่องไรเหรอ?”
“คิดถึงเซนอ่ะ... กว่ามันจะกลับมาอีกทีก็ปิดเทอมโน่นเลย” เสียงน้องอู้อี้อยู่ในผ้า ก่อนจะหันหน้ามามอง
ผมเห็นแววตาน้องเหมือนจะร้องไห้ เลยยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้“เอาหน่า เดี๋ยวไปเรียน เผลอแป๊บเดียวก็ได้เจอกันอีกแล้ว” ผมพูดปลอบพลางลูบแก้มเบาๆ
“มันนานอ่ะพี่... อยากเจอมันตอนนี้เลยด้วยซ้ำ” กายพูดเสียงเบา หันหน้าหนีไปซุกหมอนต่อ
“ตกลงนี่กายคิดกับเซนจริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ตอนแรกก็ไม่ได้คิดหรอก แต่พออยู่ด้วยไปเรื่อยๆ เหมือนขาดไม่ได้อะ...” เสียงน้องเบาแต่จริงใจจนผมอดเอ็นดูไม่ได้
“ถ้ากายรู้สึกขนาดนั้น ก็ต้องผ่านช่วงนี้ไปได้แน่” ผมพยายามให้กำลังใจน้อง
“แล้วพี่ว่าเซนเหมาะกับกายมั้ยอ่ะ?” น้องเงยหน้ามองผม สีหน้าจริงจัง
“ก็เหมาะอยู่นะ ตอนอยู่ด้วยกันก็ดูน่ารักดีออก”
“แล้วพี่ไม่หวงกายเหรอ?”
“ถ้าเป็นคนนี้ พี่ไม่หวงหรอก เชียร์ด้วยซ้ำ ฮ่าๆ” ผมหัวเราะเบาๆ
“จริงดิพี่?” น้องขมวดคิ้วเหมือนยังไม่เชื่อ
“จริงสิ พอพี่ได้คุยกับเซนแล้วก็รู้เลยว่ามันรักกายมากแค่ไหน”
น้องยิ้มบางๆ ก่อนจะขยับเข้ามากอดผมแน่น“ขอบคุณนะพี่... ดีใจที่พี่ก็ชอบเซนเหมือนกัน”
ผมยกมือขึ้นลูบหัวน้องเบาๆ “อื้ม ขอแค่น้องพี่มีความสุข พี่ก็ดีใจมากแล้ว... ตอนนี้ก็ถือเป็นการพิสูจน์ความอดทนไปก่อนนะ กายทำได้อยู่แล้วแหละ”
เสียงหายใจของน้องค่อยๆ สงบลงเหมือนเด็กที่เพิ่งได้รับคำปลอบใจ จนผมเผลอยิ้มออกมา
...
พอตกดึกในคืนนั้น น้องกายเหมือนยังนอนไม่หลับ ดิ้นไปมาบนที่นอนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหันมาทางผมแบบที่ไม่ทันตั้งตัว
“พี่มิก...”เสียงน้องเบาลงกว่าปกติ แต่แววตานี่ดูมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่“ขอลองแบบสามคนเหมือนตอนวันปีใหม่อีกได้มั้ย?”
“เอาจริงเหรอ?... แล้วจะ ‘สามคน’ กับเก้าอ่ะนะ?” ผมถามกลับแบบงงๆ แทบหยุดหายใจไปแปปนึง พลางหันไปทางน้องเก้าที่นั่งพิงหัวเตียงดูมือถืออยู่เงียบๆ
“กับผมเหรอครับ?” เก้าถึงกับเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าไม่แน่ใจปนตื่นเต้น
“ได้มั้ยเก้า... รอบนี้กายอยากเป็นฝ่ายทำดูบ้าง เก้าอยากลองมั้ย?” กายหันไปถามด้วยรอยยิ้มบางๆ
“อยากลองมากครับ ฟังจากที่กายเล่าแล้ว...มันก็น่าสนุกดีครับ” น้องเก้ายิ้มออกมาทันที เหมือนความเกร็งเมื่อครู่หายไปหมด
“ขอบใจมากเก้า รับรองคืนนี้เก้าจะฟินมากแน่ๆ” กายพูดพร้อมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนลุกไปหยิบกระปุกยาในมุมห้องมาไว้ในมือ
ผมมองภาพนั้นแล้วอดถอนหายใจไม่ได้“นี่จริงจังใช่มั้ยกาย? พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้านะ”
“จริงสิพี่... เผื่อจะช่วยให้หายคิดถึงเซนได้บ้างไง” กายหันมามองผมด้วยสายตาที่แน่วแน่
“อืม... งั้นแล้วแต่กายเลย” ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวเบาๆ รู้แหละว่าน้องอ้างเรื่องเซน แต่คงจะเงี่ยนอยู่จริงๆ ถึงอยากหาที่ระบายแบบนี้
พูดจบ บรรยากาศในห้องก็เหมือนจะนิ่งไปพักหนึ่ง ทั้งแสงไฟสลัวๆ จากนอกหน้าต่าง เสียงลมหายใจที่ดังชัดขึ้น กับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเราอย่างช้าๆ...
"เดี๋ยวแบ่งคนละครึ่งเม็ดนะพี่ จะได้ไม่เปลือง"น้องกายคาบเม็ดยาสีฟ้าอมไว้ในปาก ก่อนโน้มตัวเข้ามาประกบปากป้อนให้ผม กัดยาหักครึ่งแตกดัง 'เป๊าะ' เบาๆ ให้แบ่งกันกิน พร้อมแลกน้ำลายหวานๆ จนผมกลืนเม็ดยาเล็กๆ ไหลลงคอไปกับน้ำลายของน้องชายตัวเอง
ผมเคลิ้มหลงใหลในรสชาติลิ้นนุ่มๆ ของน้องกาย ที่ยังคงพัวพันอยู่ในปากผมไม่ยอมคลาย มันหวานละมุนแทบใจละลาย จนผมค่อยๆ หลับคาจูบนั้นไปพร้อมกับฤทธิ์ยาที่เริ่มซึมเข้าในร่างของเราสองคนไปอย่างช้าๆ
...
ผมกับน้องกายออกจากร่างพร้อมกัน หันมามองร่างจริงของตัวเองที่นอนกอดทับกันอยู่บนเตียง
"พร้อมยังเก้า เริ่มเลยมั้ย?" น้องกายหันไปถามเก้าที่นั่งรออยู่ด้านล่างเตียง
"พร้อมครับ มาเลย" เก้าตอบอย่างตื่นเต้น
"ป่ะพี่มิก เดี๋ยวยาหมดฤทธิ์ก่อน..." น้องกายชวนผมลงไปหาเก้า แล้วรีบถอดเสื้อผ้าเก้าออกอย่างไวๆ เพราะกลัวยาครึ่งเม็ดจะอยู่ได้แค่แป๊บเดียว
ผมลงไปช่วยถอดเบาๆ มือลูบผิวขาวๆ ของน้องไปด้วย จนเราทนไม่ไหวช่วยกันรุมเลียซอกคอขาวเนียนของเก้า ก่อนไล่ลิ้นไปทั่วตัว จนน้องเก้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของเราสองคน
"อ่าา เสียวดีจังครับ..." เก้านอนเคลิ้ม ดิ้นเบาๆ ผมเลยไล่เลียจากแผ่นอกขาวๆ ขึ้นมาถึงปากนุ่มๆ ของน้อง
"อืม คิดถึงปากเก้าจัง"
"คิดถึงลิ้นพี่เหมือนกันครับ" น้องเก้าประคองหัวผม จับจูบปากแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม
ส่วนน้องกายเลียลงไปท่อนล่าง จับเก้าแหวกขายกก้นขึ้น บรรจงเลียรอบรูจนเสียงดัง 'แผล็บๆ'
"อื้มมม... พอก่อนครับกาย ตรงนั้นเสียวเกิน..." เก้าดิ้นไปมา เอามือดันหัวกายออก
แต่น้องกายไม่สนใจ ก้มดูดแรงขึ้นดัง 'จ๊วบ...จ๊วบ...' พยายามดันลิ้นเข้าไป ผมหันไปมองตามแล้วยิ่งเงี่ยนขึ้นไปอีก
"ไม่เป็นไรเก้า พี่อยู่นี่นะ... สนใจแค่พี่ก็พอ" ผมก้มจูบต่ออย่างนุ่มนวล ลูบหัวเบาๆ จนเก้าเริ่มผ่อนคลายขึ้น ค่อยๆ หยุดดิ้นพร้อมกับเสียงครางที่เริ่มจางลงไป
น้องเก้าเริ่มนอนนิ่ง หน้าแดงก่ำ ตาเยิ้มมองเพดานด้วยความไว้ใจเต็มเปี่ยม ปล่อยให้น้องกายเลียรูต่อแบบไม่ขัดขืน ทำเอาน้องกายฟินจนตัวสั่น จนพอใจแล้วเปลี่ยนมาใช้ควยแข็ง 4 นิ้วถูไถร่องช้าๆ เห็นหน้ากายแดงจัด เหมือนอัดอั้นไปด้วยความเงี่ยนแบบขั้นสุด
"เก้าช่วยแหวกหน่อย" น้องกายกระซิบเสียงแหบ ตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
"ได้ครับ..." เก้าตอบเบาๆ มือสั่นแหวกร่องให้กายยัดเข้าไปได้ง่ายๆ โดยมีน้ำลายลื่นๆ ชุ่มรูช่วยหล่อลื่น
"อ่าา... ดีมากเก้า... แน่นจัง... ซี๊ดดด..." น้องกายถ่างขาเก้าดันเข้าไปจนมิดลำ ตาเหลือกแบบฟินสุดๆ เห็นแล้วผมใจเต้นแรงเพราะรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งคู่
"อื้มมม... ลึกๆ เลยครับกาย... เสียวมากก..." เก้าตัวโก่ง ยกก้นให้เสียบถนัดขึ้น หน้าเหยเกเพราะเสียวแบบสุดๆ
"มาช่วยกายหน่อยพี่มิก... ซี๊ดดด..." น้องกายเรียกผมเสียงสั่น ตัวเกร็งตายังจ้องมองเก้าด้วยความเงี่ยนเหมือนอยากจะกระแทกเต็มที่แล้ว
"สองคนไหวมั้ยเก้า? ไม่ไหวบอกนะ" ผมกระซิบอย่างห่วงๆ ใจเต้นแรงกลัวเก้าเจ็บ แต่ลึกๆ รู้สึกขอบคุณที่เก้าเปิดใจให้ถึงขนาดนี้
"น่าจะไหวครับ ลองดูครับ... อ่าา..." เก้าครางเสียงสั่น เพราะกายเริ่มซอยเบาๆ ทำเอาเก้าตาเยิ้ม แต่ยิ้มอ่อนโยนด้วยความไว้ใจ
ผมวางน้องเก้านอนหงายไปกับพื้น คุกเข่าควักควย 5 นิ้วจ่อรู ซ้อนทะลุผ่านร่างน้องกายที่กำลังเสียบเก้าคาไว้อยู่ เพราะผมโดนกับร่างวิญญาณน้องกายไม่ได้ แต่ต่างคนต่างโดนตัวเก้าได้ เหมือนเก้าเป็นผีเด็กที่พิเศษไม่เหมือนตัวอื่น
"เอาเข้าแล้วนะเก้า..." ผมดันเข้าไปช้าๆ ในรูเย็นๆ ที่ขยายอยู่แล้วจากควยน้องกาย ทำเอาเก้านอนตัวเกร็ง หน้าเหยเกเพราะความแน่นจากควยสองพี่น้องที่ซ้อนทับกันอยู่ สายตาน้องยังมองผมด้วยความตื่นเต้น จนผมเองก็ใจเต้นรัวไปด้วย
"อูยย... แน่นมาก... ลองโยกสลับกันดูนะพี่มิก" น้องกายบอกแบบเสียงสั่น แล้วจับเอวเก้าโยกเข้าออก หน้าแดงก่ำเพราะเสียว แต่ตายังมองเก้าเหมือนเป็นที่ระบายความเงี่ยนของตัวเอง
ผมพยายามทำตามจังหวะน้อง พอกายโยกออก ผมก็ยัดเข้าแทน จนรูเก้าหดขยายไปมาตามขนาดควยที่ต่างกันของเราสองพี่น้อง
"อ่าา... เสียวมากครับ... อื้มม..." เก้าครางดังขึ้น หลับตาพริ้มแบบน่ารักสุดๆ จนผมทนไม่ไหวโน้มตัวลงไปดูดปากน้องต่ออีกรอบ แลกเสียงครางกันในลำคอเบาๆ น้องเก้าก็ใช้ลิ้นตอบรับด้วยความรักเป็นอย่างดี
"โอยย... โคตรเงี่ยนเลยพี่มิก..." น้องกายขย่มไวขึ้น จนผมเร่งจังหวะตามน้อง ให้ความรู้สึกตอดรัดแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน
ภาพตอนนี้ ร่างวิญญาณสองพี่น้องซ้อนทับกัน กำลังรุมเย็ดตูดผีน้องเก้า เสียวในแบบที่หาไม่ได้ในร่างจริงๆ... เพราะไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่เป็นจิตใจที่เชื่อมถึงกันไว้สามคนจนผมรู้สึกได้
"ซี๊ดด... กายใกล้แตกแล้วพี่... อ่าาา..." น้องกายโยกเอวพริ้วไวขึ้น ตัวกระตุกสั่นแรง หันมามองผมด้วยสีหน้าเสียวแบบทนไม่ไหวแล้ว
"รอก่อนกาย... รอเสร็จพร้อมกัน... อื้มมม..." ผมผละปากจากจูบเก้า เร่งจังหวะกระเด้าไวขึ้น ใจอยากแตกไปพร้อมกาย เพราะอยากให้เก้ารู้สึกถึงความรักที่เรามีให้พร้อมกัน
"กายขอจูบบ้าง... อื้มม..." น้องกายดึงเก้าขึ้นมาสลับจูบแลกลิ้นด้วยความเงี่ยนสุดขีด จนผมต้องช่วยเลียในโพรงปากเก้าไปด้วย ทำเอาลิ้นพันกันมั่วไปหมด
"อื้ออ... อื้มมม..." เสียงเก้าอู้อี้จากการโดนรุมจูบอย่างดูดดื่ม ผนังรูของน้องเริ่มตอดแน่นเสียดสีกับหัวควยผมไปมา ก้มดูเห็นแท่งขาวๆ ของน้องกายผลุบๆ เข้าออก ยิ่งทำผมเสียวจนขาสั่น
"ใกล้แล้วกาย... พี่ก็ใกล้... ซี๊ด..." ผมจับเอวเก้ากระแทกสวน ใจเต้นแรงอยากจะเสร็จเต็มที่แล้ว
"แตกเลยพี่... กายแตก... อ่าา... แตกแล้ว!" น้องกายครางดังลั่นจนตัวเกร็ง กระแทกคารูไว้พร้อมปล่อยความรักทะลักเข้าสู่ตัวน้องเก้า
"อื้มมม... พี่ก็แตกแล้วเก้า... อ่าา..." ผมกระแทกคู่กันจนถึงจุดสุดยอดไปพร้อมๆ กับน้องชาย รู้สึกเหมือนโดนขมิบจนควยเย็นวาปไปทั่วทั้งลำได้แบ่งพลังให้เก้าไปคนละครึ่ง พากันถอนควยออกจากเก้า จนหมดแรงนอนแผ่กันทั้งคู่ หายใจหอบเหนื่อยด้วยความอิดโรย และความรักที่เอ่อล้นออกมาจากรูสวรรค์ของน้องเก้า
"ดีมากเลยครับ ขอบคุณครับกาย... พี่มิก..." เก้านอนฟินให้ผมกับกายหนุนแขนคนละข้าง หน้าแดงยิ้มอ่อน สายตาเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขที่ได้รับจากพวกเราสองพี่น้อง
"เดี๋ยวพี่กลับร่างแล้วนะเก้า ขอบคุณนะ" ผมจูบหน้าผากน้องเบาๆ รู้สึกเหมือนยาใกล้หมดฤทธิ์ เริ่มหายใจช้าลงจนกลับมาเป็นปกติแล้ว
"ได้ครับพี่ ฝันดีครับ..." เก้าหอมแก้มผมกลับ และยิ้มตอบอย่างจริงใจ ผมหอมน้องอีกที ก่อนจะพาน้องกายกลับเข้าร่างจริงกันแบบอ่อนเพลีย
คืนนั้นผมกับกายต่างนอนกอดกันตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บจากการออกร่าง แต่ก็ยังรู้สึกดีอิ่มเอม มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก จนผมเผลอหลับคาอ้อมกอดอุ่นๆ ของน้องในคืนก่อนเปิดเรียนวันแรกของปี
...
วันต่อมาเราต่างไปโรงเรียนกันอย่างสดชื่น โดยมีน้องเก้าตามไปด้วยเหมือนทุกที ดูน้องกายอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ซึมเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว จากนั้นพวกเราก็แยกกันขึ้นห้องเรียนตามปกติในตอนเช้า
เมื่อไปถึงหน้าตึกเรียน ผมก็ได้เจอกับเจ เพื่อนที่เคยช่วยชีวิตผมกับน้องฟิวไว้ พอเห็นหน้ากันมันก็เดินตรงเข้ามาทักทันที
“อ่าว ไอมิก เป็นไงบ้างวะ มึงเงียบไปไม่ตอบกูเลย”
“อ่อ กูไม่เป็นไรละ ตั้งแต่วันนั้นมือถือกูก็พัง คอมก็ไม่ได้แตะ เลยไม่ค่อยได้เข้าเฟสเลย” ผมตอบให้มันสบายใจ
“อ่อดีละ ปลอดภัยก็ดีแล้ว”
ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะหรี่เสียงลงหน่อย“ตอนนี้มึงว่างคุยยังวะ... กูอยากรู้จริงๆ ว่าสรุปมึงต้องแฝงตัวทำไม?”
เจมองรอบๆ อย่างระวัง แล้วพยักหน้าให้ผมเดินตามไปทางบันไดหนีไฟด้านข้างตึก
“เดินไปคุยไปนะ ทำตัวปกติไว้ด้วย” มันพูดเบาๆ
“เออๆ ต้องลับขนาดนั้นเลยเหรอวะ?” ผมแอบแซวนิดๆ แต่ก็เริ่มรู้สึกขนลุกแปลกๆ
“อืม ช่วงนี้กูยังไม่ไว้ใจใครเลย ยังไม่อยากให้แผนแตก”
“แล้วมันคือแผนอะไรแน่วะเจ?” ผมถามพลางชำเลืองมองหน้ามัน เห็นสีหน้าจริงจังผิดจากทุกที
“คือ... กูกำลังตามหาน้องชายกูอยู่ น้องกูหายไปสองปีแล้ว”
ผมถึงกับชะงัก “ห้ะ มึงมีน้องด้วยเหรอวะ?”เสียงผมเผลอหลุดดังไปหน่อยจนต้องรีบลดโทนลง เพราะเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนแรกมันถึงดูสนใจน้องกาย ตอนรู้ว่าผมมีน้องกายเป็นน้องชาย
“เออดิ แต่กูไม่เคยบอกใครเลย ที่เล่าให้มึงฟังก็เพราะอยากให้ช่วยนี่แหละ”เจพูดพลางหยิบรูปในกระเป๋าสตางค์ส่งมาให้ เป็นรูปเด็กผู้ชายวัยมัธยมต้น หน้าตาดีเหมือนเจแต่ดูอ่อนกว่า ผิวขาวเนียนดูดีเลย
“นี่น้องกู ชื่อเจฟ มึงพอคุ้นหน้าบ้างมั้ย?”
ผมเพ่งดูอยู่พักใหญ่ “ไม่คุ้นเลยว่ะ แล้วน้องมึงหายไปได้ไง?”
“สองปีก่อน พ่อกูส่งมันไปเข้าค่ายธรรมะที่หมอเอเป็นคนจัด แล้วก็หายตัวไปเลย ถามใครก็ไม่มีใครเห็นเลย”
“ต้องมีอะไรเกี่ยวกับหมอเอแน่เลยครับพี่มิก” น้องเก้าที่เดินข้างๆ ทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วหันกลับไปถามเจ“แล้วนี่มึงแฝงตัวอยู่นานยัง เจออะไรบ้างมั้ย?”
“เกือบปีละ แต่ยังไม่เจอเบาะแสอะไรเลย” เจถอนหายใจเบาๆ แววตาเริ่มหม่น“แต่พอกูได้ข่าวว่าหมอเออยากได้ตัวน้องเก้าของมึง... กูก็เริ่มแน่ใจว่ามันต้องเกี่ยวกับที่น้องกูหายไปแน่ๆ ทำให้กูกลับมามีความหวังอีกครั้ง”
ผมเผลอหันไปมองหน้าเก้าโดยอัตโนมัติ ขนลุกวาบขึ้นมาแปลกๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่พวกหมอเอเคยทำ
“ก็ได้ เดี๋ยวกูกับเก้าจะช่วยมึงตามหาอีกแรง ถือว่าตอบแทนที่วันนั้นมึงช่วยกูกับฟิวไว้”
“ขอบใจมากนะมิก มึงเอานี่ไว้สิ” เจเงยหน้าและยื่นไอโฟนเครื่องหนึ่งมาให้ สีดำเงาเหมือนใหม่
“เห้ย จะดีเหรอวะ?” ผมชะงัก ไม่คิดว่ามันจะลงทุนขนาดนี้
“ไม่ต้องคิดมาก เครื่องเก่ากูไม่ได้ใช้ละ เอาไว้ติดต่อกันด้วย”
“โอเค งั้นขอบใจเว้ย” ผมยิ้มรับไว้ ไม่ให้เสียความตั้งใจของเจ อย่างน้อยก็มีใช้แทนเครื่องเก่าที่พังไป
"ดีเลยครับพี่ จะได้ไว้คุยกับผมได้ด้วยครับ" เก้ายิ้มดีใจแทนผมอย่างออกนอกหน้า
พอแยกกับเจ ผมมองมือถือในมือแล้วรู้สึกอุ่นใจขึ้นแปลกๆ เหมือนตัวเองได้พวกเพิ่มอีกหนึ่งคนในการสู้ที่ยังไม่รู้จุดจบ ระหว่างผมกับพวกหมอเอ... และผีวัยรุ่นที่ชื่อเอ็ม
...
ช่วงนี้ผมไปโรงเรียนตามปกติ แต่กลับเริ่มมีเรื่องแปลกเกิดขึ้นอีกแล้ว มีข่าวว่าเด็กนักเรียนหลายสิบคนจู่ๆ ก็ท้องร่วงพร้อมกันโดยไม่รู้สาเหตุ
“เรื่องนี้พี่ว่ามันแปลกๆ นะกาย ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่ๆ” ผมพูดขึ้นระหว่างที่นั่งกินข้าวกับน้องตอนพักเที่ยง
“กายว่าพี่ระแวงไปเองป่าว?... อาจแค่อาหารไม่สะอาดก็ได้มั้งพี่มิก” น้องกายตอบและยักไหล่
ผมยังคงทำหน้าครุ่นคิดอยู่ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร น้องเก้าก็พูดเสริมขึ้นเสียงเรียบ“งั้นช่วงนี้ระวังไว้ก่อนดีไหมครับ อย่าเพิ่งกินข้าวที่โรงเรียนเลย”
“ก็ดีนะเก้า งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้เราพกข้าวจากบ้านมากินเองก่อนนะกาย” ผมหันไปมองแล้วพยักหน้าตาม
“เห้อ... แต่ข้าวที่นี่มันอร่อยกว่าอ่ะ” น้องกายถอนหายใจแรงจนช้อนในมือกระทบจานข้าวเบาๆ
“เอาหน่ากาย แค่ไม่กี่วันเอง พี่ไม่อยากเสี่ยงอ่ะ”
“เคๆ งั้นก็ต้องตามนั้นแหละ” น้ำเสียงน้องเหมือนจะยอม แต่แววตายังมีแววขัดใจชัดเจน
ผมเลยได้แต่ถอนหายใจ ต้องยอมให้กายงอนไปก่อน ดีกว่าเห็นน้องต้องมาป่วยเพราะเรื่องที่เราไม่ระวังกันเอง
พอแยกกันขึ้นห้องเรียน ผมก็ยังรู้สึกค้างคาใจเรื่องเด็กที่ป่วย... มันเหมือนมีบางอย่างแปลกๆ ที่ไม่น่าไว้วางใจ หรือผมอาจจะคิดมากไปเองเหมือนที่กายบอกก็ได้
...
เช้าวันต่อมา ระหว่างเข้าแถวหน้าเสาธง เสียงคุณครูดังขึ้นผ่านลำโพงมีประกาศเรื่องเด็กหลายคนท้องเสียพร้อมกัน และบอกว่าจะมี “แพทย์ประจำ” เข้ามาตรวจรักษาที่โรงเรียนโดยตรง
ผมไม่ได้สนใจมากนัก... จนกระทั่งแพทย์คนนั้นก้าวขึ้นมาพูดเสียงที่คุ้นหูจนหัวใจแทบหยุดเต้นดังขึ้นผ่านไมค์
“สวัสดีครับ... หมอชื่อหมอกวินนะครับ ต้องขอบคุณทางโรงเรียน ที่ให้หมอเข้ามาช่วยตรวจหาสาเหตุอาการท้องเสียที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...ใครรู้สึกว่ามีอาการ ให้มาพบหมอที่ห้องพยาบาลได้เลยครับ...”
น้ำเสียงเย็นเฉียบของหมอกวินทำเอาผมขนลุกซู่ทันที... มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ
“อาเจ็กผมนี่ครับพี่มิก... เขามาอยู่ที่นี่ได้ไงกัน?” เสียงเก้าดังขึ้นข้างๆ
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน...” ในหัวผมตอนนี้ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด เลยหันไปถามเจที่ยืนติดกัน
“เจ มึงรู้จักหมอคนนี้ปะวะ?”
“ไม่คุ้นเลย ทำไมเหรอ?” เจขมวดคิ้วแน่น ทั้งที่เคยแฝงตัวในกลุ่มหมอเอ แต่กลับไม่เคยเห็นหมอคนนี้มาก่อน
“กูว่าหมอคนนี้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดว่ะ...”
“มึงชัวร์เหรอวะไอมิก?”
“กูแค่สังหรณ์ใจ เพราะกูก็ได้ยาเม็ดสีฟ้าที่กินแล้วออกจากร่าง... มาจากหมอคนนี้นี่แหละ มันต้องเป็นพวกเดียวกันกับหมอเอแน่ๆ”
พอผมพูดจบ สีหน้าของเจเริ่มกลับมามีความหวัง เหมือนเข้าใกล้ความจริงในการตามหาน้องเจฟไปอีกขั้นแล้ว
ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มลงล็อกเรื่องเด็กที่ป่วย... หมอกวิน... น้องเจฟ... และน้องเก้า...
ผมเริ่มมั่นใจแล้วว่า ต่อให้เป็นในโรงเรียน...ที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
ต้องคอยระวังตัว และให้น้องกายกับน้องเก้าอยู่ห่างคนพวกนี้เอาไว้เพราะไม่อยากพลาดท่าโดนเล่นงานแบบครั้งที่แล้วซ้ำสองอีก...
...
อ่านตอนต่อไป...>>ตอน 16 - ความวุ่นวายในโรงเรียน<<
กำลังน่าติดตามเลย มาต่อไวไวนะครับ
ขอบคุณครับ ยอดนักสืบจิ๋วโคนันมาอีกแล้ววว {:5_117:} ฮือๆขาดเรื่องนี้ไม่ได้ รอติดตามนะครับ ขอบคุณนะ ขอบคุณครับ รออ่านตอนต่อไปนะครับ สู้ๆนะ คับ กับทุกเรื่องที่เจอ ขอบคุณมากครับ สนุกครับ จบเร็วจังยังไม่หายคิดถึงเลยแต่ขอบคุณครับ ติดตามตลอดครับ
ขอบคุณครับ รออ่านตอนต่อไปนะครับ ขอบคุณ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆนะครับสนุกมากรอติดตามตอนต่อไป สนุกมากครับ ขอบคุณครับ
หน้า:
[1]
2