อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจช่าง
วันนี้ ขอเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับช่างอีกครั้ง เนื่องจากเมื่อเร็วๆนี้ได้นำรถไปซ่อมเซ็นทรัลล๊อคที่เสียของประตูบานหนึ่ง ซึ่งพอเจ้าของร้านซ่อมกุญแจรถยนตร์เห็น ก็บอกว่าเปลี่ยนมอร์เตอร์ตัวเดียวก็หายแล้ว รถรุ่นนี้เป็นเกือบทุกคันหลังจากเปลี่ยนมอร์เตอร์ของเซ็นทรัลล๊อคเสร็จ ช่างก็ทำการทดสอบเปิดปิดประตูอยู่หลายครั้งจนแน่ใจว่า ระบบเปิดปิดทำงานได้ตามปกติแล้ว
แต่พอกลับมาถึงบ้าน ระหว่างที่เช็ดกระจกและประตูรถ ก็พบว่ามือจับที่เปิดปิดประตูบานที่ซ่อม แข็งและฝืดกว่าของประตูอีกสามบานจนรู้สึกได้
เมื่อนำรถกลับไปให้ร้านที่ซ่อมดู เจ้าของร้านและช่างก็ลองเปิดปิดประตูบานดังกล่าวดูหลายครั้ง พร้อมกับพูดอย่างมั่นใจว่า “ปกติดีนี่ ไม่เห็นแข็งเลย ใช้ได้นี่”
แต่ผม ยังคงยืนยันว่ามันไม่ปกติ ถ้าลองเทียบกับบานอื่นดู จนเจ้าของร้านยอมรื้อประตูออกมาดูใหม่ ซึ่งในตอนท้ายก็พบว่า ช่างประกอบกลับเข้าไปไม่ดี ทำให้เดือยตัวหนึ่งไปขบกับชิ้นส่วนพลาสติก จนเป็นสาเหตุให้มือจับแข็งและฝืดกว่าปกติ
นอกจากครั้งนี้ ยังมีอีกครั้งที่นำรถไปเปลี่ยนผ้าเบรกหน้า หลังจากขับดู ปรากฏว่ามีเสียงกุ๊กๆที่ล้อหน้าเวลาเหยียบเบรกทุกครั้ง จึงนำรถกลับไปให้ร้านดู ช่างที่ทำบอกว่าได้ทดสอบดูแล้ว ให้ใช้ไปก่อน “เดี๋ยวพอผ้าเบรกเข้าที่..ก็เงียบเอง”
แต่โชคดีที่ผมยืนยันให้ถอดดูอีกครั้ง ซึ่งก็พบว่าช่างไขน๊อตตัวที่ยึดผ้าเบรกไว้ไม่แน่น จึงทำให้เกิดเสียงดังกล่าว
จากเรื่องทั้งสอง พอจะสรุปบทเรียนได้ว่า หากนำรถไปซ่อม หลังซ่อมแล้วควรตรวจสอบด้วยตนเอง (ถ้าทำได้) อย่าไปไว้ใจช่างจนเกินไป เพราะ บางทีช่างก็รีบทำ และไม่ได้รู้จักรถดีไปกว่าเราในทุกเรื่องหรอก (คนใช้อยู่ประจำ หากมีความสังเกตุอยู่บ้าง ย่อมพอจะรู้ว่าอะไรปกติ อะไรไม่ปกติ)
รวมทั้งควรยืนยันให้ช่างแก้ไขโดยเร็ว อย่าไปเกรงใจหรือเชื่อคำพูด
ช่าง มากเกินไป เพราะหากปล่อยไว้นานจนเกิดปัญหาหรืออันตรายขึ้นมา ตอนนั้นเราอาจไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากฝีมือช่างหรือไม่ รวมทั้งอาจต้องเสียเงินสองต่อหรือเสียอย่างอื่นที่มากกว่านั้นด้วยก็ได้ครับ ขอบคุณที่นำมาเตือนกัน ขอบคุนมากมาย ที่แบ่งปันคราบ ใช่เลยครับท่าน 5555555555ขอบคุณคับ
หน้า:
[1]