ชีวิตของกาย (ตอน 7 ใจระเริง)
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Silverzvsc เมื่อ 2026-5-28 16:37หลังจากวันนั้นก็ยังไร้วี่แววการติดต่อจากพี่นัท ซึ่งนั่นก็เป็นคำตอบที่เพียงพอแล้ว อย่าว่าแต่ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง แม้แต่การเป็นเพื่อนร่วมโลกพี่นัทคงไม่ต้องการอีกแล้ว ผมบอกตัวเองว่าให้ยอมรับในสิ่งที่ทำผิดพลาดไปและเดินหน้าต่อไป จากนี้ผมจะให้ความสำคัญกับท็อปเพียงคนเดียวเท่านั้น จะไม่คิดเถลไถลแบบเดิมอีก ผมสัญญากับตัวเองไว้แบบนั้น สัปดาห์นี้ผ่านไปเร็วเหมือนโกหก และในที่สุดก็ถึงวันสุดสัปดาห์ที่ผมนัดกับท็อปไว้ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนท็อปจะแอบเซอร์ไพรส์ผมโดยเรียกพี่คนงานที่บ้านพ่อแม่ให้มารับเราทั้งคู่ไปบ้านพักต่างอากาศที่ประจวบคีรีขันธ์ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ สร้างความฉงนให้กับตัวผมมาก
"เป็นไงมึง ทำหน้าเหวอ เรากำลังจะไปเที่ยวทะเลกัน" ท็อปพูดอย่างตื่นเต้น ผมเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันเพราะไม่ได้ไปทะเลมานานพอควร
"เดี๋ยวคืนนี้เราไปพักบ้านตากอากาศของครอบครัวกูกัน อยากกินไรเป็นพิเศษปะ พวกอาหารทะเลที่มึงชอบอะ" ท็อปถาม
"กินได้หมดแหละ ขอแค่ได้อยู่กับมึงก็พอใจแล้ว" ผมตอบพร้อมแอบหยอดคำหวาน เจ้าท็อปงี้ทำหน้าเขินอายไปเลย
"มึงทำกูใจเต้นไปหมด อย่างอื่นก็เต้นด้วย" เจ้าท็อปกระซิบบอกผมพลางชวนหันเหสายตาของผมไปที่เป้าของมัน แล้วกระดิกท่อนเอ็นไปมา
"ไอ้หื่น" ผมกระซิบตอบกลับ
"หรือมึงไม่อยากละฮึ นี่ผัวคิดถึงเมียมากๆ เลยกะพาไปฮันนีมูนเนี่ย" ตอนนี้บทสนทนาของเรากลับกายเป็นเสียงกระซิบกระซาบเพื่อไม่ให้พี่คนขับเกิดความสงสัย
"อยากดิ เมียกำลังคิดถึงความอบอุ่นจากแผ่นอกของผัวอยู่เลย" ผมตอบพลางทำท่ายียวน
"ถึงแล้ว ผัวจะรีบจัดให้เมียแบบถึงใจเลย เอาให้แซบกว่าน้ำจิ้มซีฟู้ดเลยครับ" คำตอบของท็อปทำให้เราหัวเราะคิดคักกันไปตลอดทาง
กว่าจะมาถึงบ้านพักก็ใช้เวลาเกือบสี่ชั่วโมง ท้องฟ้าก็มืดแล้ว บ้านพักตากอากาศของท็อปเป็นแบบเดี่ยวสองชั้นคล้ายกับบ้านที่มันพักอยู่คนเดียวแต่อยู่ติดกับชายหาด บนชั้นสองมีระเบียงยื่นยาวออกไป มองเห็นทะเลอย่างชัดเจน ทันทีที่ลงมาจากร ลมทะเลก็พัดมาสัมผัสตัวเหมือนต้อนรับพวกเราพร้อมกลิ่นอายของเกลือเค็มๆ ผมรู้สึกสดชื่นมากๆ ไม่ได้สัมผัสกับอากาศแบบนี้มานาน จากนั้นจึงบอกลาพี่คนขับพร้อมนัดแนะเวลาให้มารับ แล้วเราทั้งคู่จึงรีบเดินเข้าไปภายในบ้าน เมื่อเข้ามาถึงก็พบว่าอาหารทะเลร้อนๆ เสิร์ฟไว้ให้อยู่บนโต๊ะกินข้าวเรียบร้อยแล้ว
"รวดเร็วทันใจดีว่ะ" ท็อปพูดขึ้นมา "พอดีบอกพี่ที่คอยดูแลบ้านพักให้ช่วยเตรียมอาหารไว้ให้น่ะ" มันอธิบายต่อ
"แล้วพวกพี่ๆพักที่ไหนกันอ่ะ" ผมถาม
"เขาก็กลับไปนอนบ้านเขาดิ ทำไม กลัวหรอ กลัวพี่ๆ เขาได้ยินเสียงเราหรอ" ท็อปพูดกวนๆ "ไม่ต้องห่วง เมียจะร้องดังแค่ไหนก็ได้เลยจ้ะ" มันพูดพร้อมทำหน้าหื่นๆ ใส่ผม"มันแน่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ขอกินข้าวก่อนนะ หิวมากอ่ะ" พูดจบผมก็รีบนั่งแล้วตักข้าวใส่จานให้ท็อปแล้วตามด้วยของผม และเราทั้งคู่ก็เริ่มกินข้าวเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย
"ชอบไหม" จู่ๆ ท็อปก็ถามขึ้นมา "ชอบที่กูพามาทะเลป่าว พอเห็นช่วงนี้เครียดๆ เลยอยากสร้างความประทับใจสักหน่อย"
"ชอบมากๆ อ่ะ เขาไม่ได้มาทะเลนานมากแล้ว เกือบ 5 ปีได้มั้ง" ผมตอบ
"คบกับเรามีความสุขไหม" คำถามนี้ของท็อปกับทำให้ผมอึดอัดเล็กน้อย มันมีความสุขมากๆ เลยละ การที่เราได้คบกับคนเราที่เราแอบชอบน่ะ แต่เพราะผมดันไปทำให้อีกคนที่มาก่อนเสียใจและได้ให้สัญญาแสนสำคัญกับเขาไป แต่ดันทำร้ายเขาไปซะได้
"มีความสุขดิ กายแอบชอบท็อปมาก็นานแล้วนะ แล้วสุดท้ายก็ได้เป็นแฟนกัน" ผมตอบไป
"สัญญากับท็อปข้อหนึ่งได้ไหม" โอย สัญญาอีกแล้ว ผมละกลัวใจตัวเองจริงๆ "ถ้าสมมติวันหนึ่งเราต้องเลิกกัน ช่วยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้หรือเปล่า"
"ยังไงอ่ะ" ผมสงสัยเล๋็กน้อย
"ก็แบบตอนนี้ เพราะเราทั้งคู่อยู่โรงเรียนชายล้วน ความสัมพันธ์แบบชายรักชายมันอาจจะเป็นความรู้สึกชั่วคราว คือเข้าใจใช่ป่ะ ว่าเราไม่ค่อยได้เจอผู้หญิง" ท็อปเริ่มอธิบาย
"ถ้าสมมติเราเรียนจบ แล้วมีโอกาสได้ไปผมเพื่อนต่างเพศมากขึ้น ความรู้สึกแบบนี้มันอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ ทั้งท็อปและกายอาจจะรู้ตัวว่าจริงๆ แล้วเราก็ชอบผู้หญิงแบบปกติ"
ไม่หรอก ผมไม่มีความคิดแบบนั้น ถึงผมจะไม่ใช่เกย์แบบออกสาวหรือตุ้ดก็ตาม แต่ก็รู้ตัวเองเป็นอย่างดีว่าผมได้เลือกเพศให้ตัวเองแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจเจ้าท็อปมัน
"กายไม่โกรธใช่ป่าวที่ท็อปพูดแบบนี้" ท็อปถามอย่างลังเลใจ
"ไม่อยู่แล้ว กายเข้าใจ" ผมตอบอย่างนิ่งเฉย ในใจก็คิดแบบนั้นจริงๆ ผมรู้ เข้าใจและศรัทธาในความจริงใจของท็อปมากๆ
"แล้วที่เรามีอะไรกันก็เหมือนกัน ท็อปอยากมีอะไรกับกายเพราะทั้งชอบในตัวกายจริงๆ และมันเป็นการปลดปล่อยตามสัญชาติญาณของมนุษย์" ท็อปเริ่มพูดจริงจังมากขึ้น
ผมยิ้มตอบ แล้วพี่นัทเข้าคิดแบบนี้หรือเปล่านะ พี่นัทอายุขนาดนั้นแล้วยังมีความคิดแบบนี้หรือเปล่านะ ผมคิดถึงเรื่องของพี่นัทอีกแล้ว
"กายก็คิดแบบนั้นละ ตอนนี้เราจะรักกัน แต่ถ้าต่อไปเกิดอะไรขึ้น เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน สัญญาแล้วนะ" แล้วเราก็เกี่ยวก้อยกัน แต่แล้วความรู้สึกที่ผมชอบท็อปแบบแฟนก็หมดลง มันแปลกมาก มันหายไปหมดเลยจริงๆ เหลือคำว่าเพื่อนและเพื่อนนอน ทำไมผมกลายเป็นคนแบบนี้ก็ไม่รู้ แต่ก็ช่างมันเถอะ มันเป็นเรื่องปกติของเพศแบบผมละมั้ง ตอนนั้นผมคิดได้แค่นั้นจริงๆ
หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็แบกสัมภาระขึ้นไปที่ห้องนอน พอขึ้นมาชั้นสองก็เจอกับพื้นที่โล่งกว้างมีโซฟาตัวยาววางไว้อยู่ หันหน้าไปทางหน้ากระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นชายทะเล เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนก็เจอเตียงขนาดใหญ่แทบจะบรรจุคนนอนได้ 4 คน และมีประตูที่เปิดออกไปเจอระเบียงขนาดกว้างทอดยาวไปเกือบถึงชายหาด มีเก้าอี้ชายหาดสองตัว โต๊ะเล็กๆ หนึ่งตัว เก้าอี้โซฟาทรงกลมนุ่มๆ ที่พอนั่งลงไปก็ยุบยวบลงไปอยู่สองตัว เมื่อจัดของเสร็จแล้ว ท็อปก็ยื่นชุดนอนที่เตรียมไว้ให้ผม แล้วขอตัวไปอาบน้ำก่อนเป็นคนแรก ส่วนผมก็ออกไปนั่งบนเก้าอี้โซฟาเพื่อรับลมทะเลยามดึกที่ระเบียง ตอนนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งเล่นเอ็มวีเพลงอะไรสักอย่าง มีทั้งความรู้สึกมึนงง สับสน อึดอัด ซึ่งอาจเป็นเพราะเรื่องของพี่นัทแล้วก็เรื่องที่ท็อปพูดเมื่อกี้ ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีอะไรเช่นกัน มันเหมือนว่าเรากำลังคบกันคนๆ หนึ่งที่ตอนแรกคิดว่าเป็นแฟน แต่กลับเป็นเหมือนคู่นอนไปซะอย่างนั้น หรือว่าคงไม่มีรักแท้ในหมู่เกย์จริงๆ นั่นแหละ ในเวลานั้นมีแต่ความคิดนี้เท่านั้นที่คอยปลอบประโลมและค้ำจุนให้ผมยังมีสติไม่ร้องไห้ออกมาได้ ใช่แล้ว เราก็สนุกกับท็อปเหมือนที่สนุกกับพี่นัทนั่นแหละ และเราต่างก็เสพสุขด้วยกันทั้งคู่อยู่แล้ว แล้วผมก็ได้ยินเสียงท็อปเรียกให้ผมเข้าไปอาบน้ำ ผมลุกขึ้นสูดอากาศจนเต็มปอด แล้วถอนหายใจออกมาอย่างเต็มที่ ผมพร้อมแล้วที่จะตักตวงความสุขที่ผมควรได้ จากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำ ขณะที่อาบน้ำ ในหัวก็มีแต่เรื่องกามอารมณ์ วันนี้จะเสพสุขท่าไหนดี อยากลองทำแบบไหนดีให้คู่นอนมีความสุขมากกว่าที่เคยมี ลองทำตามที่เคยดูจากในหนังโป๊ดีไหมนะ ในเมื่อตอนนี้เจ้าท็อปเป็นของผมแล้ว จะมัวเขินอายอะไรอีกละ ต้องมีความสุขให้เต็มที่ ให้มันล้นปรี่ไปเลยสิ คิดได้แบบนั้นก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมา ท่อนเอ็นของผมก็เริ่มชูชันมากยิ่งขึ้น วันนี้ผมได้ล้างรูสวรรค์อย่างตั้งใจเต็มที่เพื่อเตรียมลองรับกามอารมณ์ที่ผัวของผมจะมอบให้แล้ว ผมปิดฝักบัว หยิบผ้าเช็ดตัวซับตัวให้แห้ง แปรงฟันจนสะอาด และเตรียมหยิบเสื้อผ้าใส่ แต่กลับวางมันลง ตอนนี้เสื้อผ้าไม่มีความจำเป็นอะไรอีกแล้ว ผมเปิดประตูออกไปด้วยร่างอันเปลือยเปล่า ท็อปซึ่งกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ถึงกับตกใจเล็กน้อย แต่ไม่นานรอยยิ้มก็ปรากฎ
"ผัวครับ พร้อมกอดเมียหรือยัง" ผมปลดปล่อยตัวเองแล้วในตอนนี้ และเริ่มยั่วสวาทคู่นอนของผม
"พร้อมเสมอครับ เมียของผัว" ท็อปตอบกลับมาด้วยอารมณ์เงี่ยนเต็มที่ พร้อมถกกางเกงส่วนล่างที่ไม่มีกางเกงในปกปิดอยู่ออก เผยให้ควยหัวชมพูอ่อนที่ผงาดเต็มที่เด้งฟาดขึ้นมาที่สะดืออย่างแข็งขัน จากนั้นก็อ้าขาเชิญชวนให้ผมไปลิ้มรสของมัน แต่ยังหรอก ผมต้องการถ่วงเวลาเพื่อเพิ่มความบันเทิงสักเล็กน้อย แทนที่จะรีบตรงไปจับท่อนเอ็นนั้น ผมกลับเปิดประตูระเบียงทิ้งไว้ และออกไปนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ชายหาด แล้วหันหน้ามาทางท็อป พร้อมเอามือสาวควยของตัวเอง และอ้ารูสวรรค์ยั่วยวนมัน
"เมียจะทำอะไร จะยั่วผัวหรอ" ท็อปถามอย่างสงสัย
"มาแข่งกันว่าใครอดทนได้ดีกว่ากัน ถ้าใครทนไม่ไหวเข้าหาอีกฝ่ายก่อน คนนั้นแพ้และต้องยอมให้อีกฝ่ายทำอะไรก็ได้" ผมแจ้งกติกาให้เจ้าท็อปทราบ
"ตกลง" ท็อปยอมรับในกติกา และแล้วเกมยั่วสวาทก็เริ่มต้นขึ้น
ผมไม่รอช้าเริ่มติ้วรูสวรรค์ของผมพร้อมคลึงหัวนม "อ๊า อ๊า คิดถึงผัวจังเลย ผัวครับ มากอดเมียหน่อยสิครับ เมียหนาวจังเลยครับ" ผมพูดพลางทำหน้ายั่วยวนไปทางเจ้าท็อป
"อะฮืม ยั่วเหลือเกินนะ ถ้าเมียไม่ไหวก็เข้ามาหาอ้อมกอดของผัวสิครับ" ตอนนี้เจ้าท็อปได้ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดแล้ว "ดูนี่สิครับ เห็นควยผัวไหม มันผงกหัวใหญ่แล้ว" เจ้าท็อปลุกขึ้นยืนพร้อมกระดกควยไปมา แล้วทำหน้ายั่วสวาทผมกลับ
"ถ้าจะกระดกขนาดนั้น มานี่สิครับ รูอุ่นๆ รออยู่ อ๊า อ๊า เมียเสียวจังเลย แต่ยังไม่พอ อยากได้อ้อมกอดแน่นๆ จากผัวอีกจังเลยอ่าครับ" ผมเอานิ้วชี้แหย่เข้ารูพร้อมสอดเข้าสอดออก แสดงอาการแบบคนร่านควยสุดๆ
"โอ้ย มึงจะยั่วกูแบบนี้ใช่ไหม" เจ้าท็อปทำท่าเหมือนจะอดทนไม่ไหวแล้ว แล้วมันก็ลงไปนอนหงายอ้าขาบนเตียง จากนั้นก็ทำท่าซอยควยขึ้นด้านบน โหย ภาพนั้นมันกระตุ้นความเงี่ยนให้ผมแบบสุดๆ อูย ควยยาวๆ นั่นกำลังกระแทกขึ้นลงขึ้นลง นั่นสินะคือท่าทางบรรเลงรักในท่านั่งเทียนที่ผมเคยโดนเจ้าท็อปกระทำมาก่อน เจ้าท็อปมันโคตรเซ็กซี่เลย ทั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อทุกส่วน ทั้งซิกแพ็ค ทั้งต้นขา บั้นท้าย และเอว ทุกบริเวณมองเห็นทั้งกล้ามเนื้อและเส้นเลือดชัดเจนกันไปหมด
ผมเกือบจะทนแรงยั่วเย็ดแบบนั้นไม่ไหว แต่ยังไม่ยอมแพ้ รีบนอนคว่ำหันรูสวรรค์และโก่งตัวให้เห็นใบหน้าลอดมาระหว่างขา พร้อมทำสายตายั่วยวนและดูนิ้วกลางเข้าออกไปมาจากนั้นก็เอามาแหย่รูของตัวเอง ในที่สุดอารมณ์เงี่ยนของเจ้าท็อปก็ขาดสะบั้น มันลุกขึ้นมาจากเตียงและรีบวิ่งตรงดิ่งเข้ามาหาผมจากนั้นก็เอาลิ้้นฉกเข้ารูอย่างกระหาย
"อ๊า อ๊า ดะ เดี๋ยวสิ ผิดกติกานี่ คนแพ้ต้องทำตามที่คนชนะสั่งดิ อะ อ๊า อ๊า ซี้ดด อ๊าาา" ผมรีบอ้างสิทธิของผู้ชนะ แต่เจ้าท็อปยังคงดูดดื่มกับรูสวรรค์ของผม จนไม่ได้สติ"แฮ่ก แฮ่ก เออ จะให้ทำอะไรละ ว่ามาเร็วๆ ก่อนที่กูจะทนไม่ไหว แม่งเอ้ย ยั่วเย็ดกูขนาดนี้นะมึง" เจ้าท็อปพยายามสงบสติอารมณ์
"อุ้มเมียไปที่โซฝานุ่มๆ ตรงนั้นที" ผมออกคำสั่ง เจ้าท็อปอุ้มผมผาดตัวมันแล้วพาไปวางไว้ที่โซฝานุ่มยวบที่ตั้งรับลมอยู่หน้าระเบียง
"ขึ้นมายืนคร่อมเมีย ให้เมียได้ลิ้มรสควยของผัวหน่อยสิครับ" เจ้าท็อปได้ยินดังนั้นไม่รอช้า รีบปีนขึ้นมาเอาควยจ่อปากผม จากนั้นผมก็เริ่มอมควยเข้าไปทั้งแท่งเข้าออกอยากเมามัน
"ด๊วบ ด๊วบ บ๊วบ บ๊วบ อื้ม อ่าห์ รสชาติสุดยอด สวบ ด๊วบ ด๊วบ ซี๊ด บ๊วบ บ๊วบ" ผมดูดอมอย่างสนุกสนานเพื่อสนองความเงี่ยน ควยนี่ให้อมกี่ทีก็ไม่เบื่อเลยจริง จากนั้นก็ลงไปดูดหนังไข่ทั้งสองฟองเข้าออกทีละฟอง
"อะ อ๊า โอยย อะหืม โอ้ย เมียครับ ดูดต่อไปเรื่อยๆ อย่าหยุดนะครับ โคตรเสียวเลย" เจ้าท็อปครางอย่างหงี่ จากนั้นผมก็จับเจ้าท็อปนั่งลงมาในระดับเดียวกัน
"จะให้ผัวทำอะไรต่อครับ สั่งมาได้เลยครับ ผัวคนนี้พร้อมเสิร์ฟเมียทุกท่าเลย" เจ้าท็อปปลดปล่อยความเงี่ยนออกมาอย่างเต็มที่แล้วในตอนนี้ ผมมองหน้าเจ้าท็อป จับมันเข้ามาดูดปากพร้อมเอามือรูดควยมันไปมา จากนั้นก็เอาควยมันยัดเข้ามาในรูสวรรค์ทั้งลำ
"คำสั่งสุดท้ายที่เมียอยากให้ผัวทำนะครับ ฟังให้ดีละ กอดเมียให้แน่น แล้วเย็ดให้สุดแรงที่มีเลย" ทันทีที่พูดจบเจ้าท็อปก็ซอยควยเข้าออกสุดลำในทันที และยิ่งซอยเร็วขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็ผ่อนแรงแล้วก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ อีก ทำสลับไปมาอยู่หลายรอบ จนผมน้ำแตกไปสองรอบเจ้าท็อปก็ยังไม่แตก
"เป็นไงครับ เสียวมากเลยอ่าดิ วันนี้ผัวจะจัดให้เต็มเหนี่ยวเลยครับ ไม่ต้องหลับต้องนอนกันไปเลย" เจ้าท็อปพูดจบก็หันมาดูดปากผม สลับกับไซร้คอไปมาและดูดหัวนม เอวก็กระแทกท่อนเอ็นเข้าออกอย่างไม่ละลด ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ จนตัวผมตอนนี้จมไปกับโซฟานิ่มยวบนั่นโดยมีเจ้าท็อปคอยประสานท้ายกดทับอยู่ด้านบน ถ้าหากมีใครผ่านเข้ามาในละแวกบ้านพักของเราในตอนนั้นคงจะตกใจน่าดูเลยไม่น้อย เพราะทั้งเสียงเนื้อกระทบที่ดังสนั่นผสานกับเสียงครวญครางของผมและเจ้าท็อปอย่างบ้าคลั่งอย่างไม่อายฟ้าดิน และในที่สุดน้ำแรกของเจ้าท็อปก็ถูกปลดปล่อยออกมา ยังไม่ทันจะได้หยุดพักอะไร เจ้าท็อปก็อุ้มผมไปบำเรอกามบนเตียงขนาดใหญ่ภายในห้องต่อแทบจะทันที รอบนี้ท็อปจับผมนั่งบนควยมันเหมือนท่านั่งเทียนแต่คราวนี้กลับเอนตัวขึ้นมากอดผมซึ่งครั้งนี้มันทั้งเลียไซร้หู กอดจูบ ดูดเลียและกระหน่ำใส่ผมเมื่อครู่ แต่กลับค่อยๆ สอดใส่ซึ่งในแต่ละครั้งมันให้ความรู้สึกที่มุ่งมั่นและเข้ามาลึกถึงภายในร่างกายของผม ผมโอบรับความรู้สึกเสียวซ่านกว่าที่เคยในครั้งนี้เอาไว้และปลดปล่อยร่างกายให้พริ้วไหวไปตามจังหวะอารมณ์ ตอนนี้ผมรู้สึกตัวเบามากๆ ไม่ว่าท็อปจะโยกย้าย กระแทก หรือจับเปลี่ยนท่าทางแบบไหน ตัวผมก็เคลื่อนไหวไปได้อย่างไม่ขัดข้อง และแล้วน้ำรักของผมและเจ้าท็อปก็พรั่งพรูออกมานับครั้งไม่ถ้วน เราทั้งคู่เย็ดกันจนถึงเช้ามืดและต่างก็หมดแรงเพลียหลับกันไป ตื่นมาอีกทีก็เกือบสิบโมง ผมลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นท็อปยังหลับอยู่ แต่น้องชายของมันกลับชูชันยิ้มรับแสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้อง ผมไม่รอช้าค่อยๆ เอามือเข้าไปจับรูดขึ้นๆ ลงๆ
"อมเลยดิ" ท็อปที่จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาพูดขึ้น
"อะไรกัน ยังไม่ได้ล้างตั้งแต่เมื่อคืนเลย สกปรก" ผมตอบ
"สกปรกอะไรกัน เมื่อคืนยังดูดอมอย่างเอร็ดอร่อยอยู่เลย" ท็อปพูดพร้อมทำหน้าเคลิ้ม "โคตรดีอ่ะ เวลาเมียอมควยให้ ผัวโคตรชอบเลย อะ อมเร็ว" ท็อปเริ่มเร่งเร้า
"อาบน้ำก่อนเหอะ ตัวเหม็นจะแย่" ผมพูดแล้วรีบเข้าลุกไปเข้าห้องน้ำทันที "เหม็นไรวะมึง ทำเป็นพูด ทีเมื่อคืนกอดจูบกูแน่นเลย" เจ้าท็อปตะโกนตามหลังมา
ผมเข้ามาในห้องมองดูตัวเองในกระจก ทั่วตัวเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงๆ จนเกือบถึงคอ ดีนะที่ยั้งเอาไว้ก่อน ไม่งั้นกลับบ้านไปคงโดนที่บ้านสงสัยแน่ จากนั้นผมก็เผิดฝักบัวอาบน้ำ ชะโลมตัวด้วยสบู่และล้างรูสวรรค์ที่โดนเสพสังวาศมาอย่างเต็มที่ อาบไปก็เกิดความรู้สึกขยะแขยงตัวเองขึ้นมานิดๆ รู้สึกเหมือนเป็นคนร่านๆ ที่ทำหน้าที่เป็นเพียงแค่ของเล่นให้ผู้ชายหาความบันเทิงไปวันๆ แต่ผมก็รีบกลบความรู้สึกนั้นด้วยความรู้สึกกระหายในกามอารมณ์ที่มีต่อท็อป ผัวของผมที่ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้อีกนานแค่ไหน และแล้วความคิดเพ้อเจ้อเหล่านั้นก็ถูกแทรกแซงด้วยการโอบกอดทางด้านหลังจากท็อปที่เข้ามาสมทบในห้องน้ำ ท่อนเอ็นอุ่นร้อนถูกสอดใส่เข้ามาทันควัน
"อะ อ๊า อืม อ่าห์" ผมเริ่มร้องครวญครางอีกครั้ง
"เสียงยั่วยวนได้ใจจริงๆ ว่ะ อูย ตอดแน่นเลย" ท็อปพูดกระเส่าข้างหู จากนั้นก็กอดผมดันแนบติดกำแพงห้องน้ำและเริ่มเด้าผมอย่างค่อยๆ และแรงขึ้น
"อ๊า อ๊า ซี๊ด ไอ้บ้า น้ำก็ไม่อาบ สกปรก" ผมเริ่มบ่นมัน
"รูเมียก็สะอาดแล้วนี่ไง ไม่สกปรกแล้วหรอก" ท็อปตอบกลับแบบไม่ใส่ใจพร้อมเด้งเอวกระแทกผมอย่างเมามัน จากนั้นก็ถอนควยออกแล้วจับผมหันหน้ามา สอดใส่ควยเข้ามาในกายอีกครั้ง จับแขนผมกอดคอมันและยกผมขึ้นชิดกับแพง และเริ่มบรรเลงท่วงทำนองการเย็ดอีกครั้ง ตอนนี้บรรยากาศในห้องน้ำกลับมาร้อนอีกครั้ง แม้แต่น้ำจากฝักบัวก็ไม่อาจบรรเทาความเร่าร้อนของสองเราได้ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ อะ อ๊า อะหืม อ๊า อ๊า ป๊าบ ป๊าบ อูย ซี๊ดดด อ่าาห์ อื้ม อื้ม เสียงร้องครางของเราทั้งคู่สลับกันไปมาเหมือนกับเสียงที่เคยได้ยินมาจากในหนังโป๊ กิจกรรมที่เหลือหลังจากนั้น ผู้อ่านทุกคนคงจะเดาได้ว่ามันหมดไปกับเรื่องอย่างว่าเสียเป็นส่วนใหญ่ เราทั้งคู่ใช้เวลา 3 วันนั้นอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะในการเติมเต็มประสบการณ์ความใคร่ให้กันและกัน และแล้วก็มาถึงวันอาทิตย์ที่จะต้องกลับบ้าน พอกลับมาถึงบ้านผมหลับเป็นตายไปเลย มารู้ตัวอีกทีก็เป็นช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ เลยรีบขึ้นมาแต่งตัวเพื่อเตรียมพร้อมกับสัปดาห์แห่งการเรียนอีกครั้ง หลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วผมก็จะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะปิดนาฬิกาปลุกที่มัดจะตั้งเอาไว้ และเพิ่งรู้ตัวว่ามือถือแบตหมดเลยจับชาร์จแบต เออ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่ไปถึงบ้านพักตากอากาศจนกลับมายังไม่ได้แตะต้องมือถือเลยสักครั้ง พอแบตเตอร์รี่ชาร์จเข้าได้สักพัก มือถือก็เปิดและก็พบว่ามี SMS ตอบกลับมาจากพี่นัท ข้อความตอบกลับมานั้นก็ยาวไม่แพ้กันกับที่ผมส่งไป
"ขอบคุณนะสำหรับข้อความที่กายส่งมาให้พี่ พี่เข้าใจครับ เข้าใจทุกอย่าง พี่ยอมรับว่าพี่โกรธมากและตอนนี้ก็ยังโกรธอยู่ แต่พี่ก็เข้าใจจริงๆ นะ พี่ผ่านช่วงเวลาวันรุ่นแบบกายมาแล้ว พี่รู้ว่ากายอาจไม่ได้คิดอะไรกับพี่หรอก เพราะเราเพิ่งเรียนรู้ในเรื่องพวกนี้ มันยังสนุก ยังสดใหม่กับเรื่องแบบนี้อยู่ ซึ่งพี่ก็ว่ากายไม่ได้หรอก แต่กายรู้ไหมว่าเวลาเราชอบใครสักคนจริงๆ ไม่ได้ชอบแบบเพื่อเรื่องอย่างว่าอย่างเดียว มันเป็นความรู้สึกที่สำคัญมากจริงๆ นะ ตอนที่พี่บอกกายเรื่องที่พี่อยากคบกับกาย เรื่องที่พี่พูดว่าอยากได้กายเป็นเมีย พี่อยากเป็นผัวกาย พี่พูดออกมาจากใจจริงๆ พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้มันเลยทำร้ายความรู้สึกพี่มากๆ พี่เหมือนถูกคนที่รักหลอก ซึ่งจริงๆ กายคงไม่ได้รักพี่ แต่พี่คิดแบบนั้นไปแล้ว รู้ไหมว่าถ้าตอนนั้น กายบอกพี่ตรงๆ ว่าคนนั้นเป็นแฟนของกาย พี่จะไม่โกรธมากกว่านี้ และพี่ก็จะพยายามแย่งกายมาเป็นของพี่ให้ได้ แต่กายกลับบอกว่าคนนั้นเป็นเพื่อน มันเหมือนกายบอกพี่ว่ากายมีเจ้าของแล้ว ไม่ต้องมายุ่งอีก เราเป็นแค่คู่นอนกัน ซึ่งพี่คิดว่ากายกำลังคิดแบบนั้นกับพี่อยู่ แต่พี่อายุ 28 แล้วนะครับ ตอนนี้พี่ถึงวัยที่อยากจะหาคู่ชีวิตไม่ใช่แค่คู่นอน กายคงคิดว่าพี่คงมีอะไรกับคนอื่นนอกจากกายใช่ไหม? จริงๆ แล้วไม่เลย พี่นอนกับกายแค่คนเดียวและกายเป็นเหมือนแฟนพี่ในรอบห้าหกปีมานี้ เพราะพี่เคยคิดว่าความรักแบบเราๆ คงไม่มีจริง แต่พอมาเจอกาย พี่กลับอยากมีคู่ชีวิตขึ้นมาจริงๆ แต่พี่คงโทษกายไม่ได้ กายยังอายุน้อย ยังเด็กเกินกว่าที่จะคิดแบบพี่ได้ พี่พูดถูกใช่ไหม? ตอนนี้กายเหมือนพี่ในตอนนั้น พี่เข้าใจและยอมรับมันได้ครับ เพราะงั้นตอนนี้กายไม่ต้องโทษตัวเองแล้วนะ ขอให้กายมีความสุขกับแฟนคนนี้มากๆ และนึกถึงคำพูดของพี่เอาไว้ อย่าสนุกจนลืมความรู้สึกของคนอื่น เพราะถ้าทำอะไรพลาดไปแล้ว เราจะจดจำมันไปตลอดชีวิต และไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขอะไรได้ จากนี้ไปถ้าเราเจอกันก็ทักทายกันได้นะ เราจะเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม มีอะไรก็ปรึกษากันได้ตลอดนะครับ"
พออ่านจนจบ ความรู้สึกตื้นตันเหมือนจะพวยพุ่งออกมาทางน้ำตาที่ตอนนี้ไหลอาบแก้มผมทั้งสองข้าง แต่ก็พลันทำให้ผมทั้งสับสน รู้สึกผิด รู้สึกต่างๆ นานา ผมนั่งร้องไห้นิ่งๆ อยู่สักพัก พอได้สติก็เช็ดหน้าและเดินลงมาข้างล่างเพื่อทานอาหารเช้าและขึ้นรถพ่อไปโรงเรียน
วันนี้ผมมาถึงโรงเรียนเป็นคนแรก ท็อปยังไม่มา ผมเองก้ตั้งใจไว้ว่าอยากจะคุยอะไรบางอย่างกับท็อป แต่วันนี้ท็อปกลับมาสายแถมวันนี้ต่างคนต่างก็ยุ่งๆ ทำให้ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันแบบจริงๆ จังๆ สักที จนกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน
"ท็อป ขอคุยด้วยหน่อยดิ" ผมเดินเข้าไปหาขณะที่ท็อปกำลังเก็บกระเป๋า
"ว่าไง ไปกินข้าวเย็นกันป่ะ มีร้านอยากพาไปกินด้วยนะ" ท็อปตอบผม และยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรต่อ มันก็เข้ามากอดคอและลากผมออกจากห้องเรียนไป ขณะที่เพื่อนในกลุ่มมันก็ทำเสียงล้อเลียนกันยกใหญ่
"ไอ้บ้า อายเค้า เพื่อนมึงล้อใหญ่เลย" ผมพูดพลางก้มหน้าเขินอาย
"อายไร ก็มึงเมียกูนิ และก็กูก็รักมึง" รัก คำพูดนั้นมันเหมือนเป็นจุกขวดที่มาอุดปากผมไม่ให้พูดเรื่องที่ตั้งใจจะพูดกับมัน
"อะไร ไม่รักกูแล้วหรอ เมียใจร้าย" เจ้าท็อปยังพูดแหย่ผมต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงร้านอาหารที่มันอยากพาผมมากิน อาหารมื้อนั้นรสชาติไม่อร่อยเลยเพราะผมรู้สึกทั้งเครียดและสับสน ใจจริงก็อยากจะคุยกับเจ้าท็อปให้รู้เรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจผม แต่ก็กลับรู้สึกว่าการคบกันของเราถึงแม้จุดจบมันอาจจะไม่ได้อยู่ในสถานะแฟน แต่ในตอนนี้ท็อปก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี แสดงหน้าที่ของผู้ชายคนหนึ่งที่รักแฟนของตัวเองอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้ผมเกิดเปลี่ยนใจและยอมรับกับสถานการณ์ในตอนนี้
ผมคบกับท็อปตลอด 3 ปีในช่วงชั้นมัธยมปลายจนจบ ความสัมพันธ์ของเราไปในทิศทางที่ดี ไม่ได้ดีขนาดที่จะคาดหวังถึงเรื่องอนาคตในการเป็นคู่ครองได้ แต่ก็ต่างไม่ได้ทำร้ายกันและกัน และตเราทั้งคู่ต่างก็แบ่งปันความรักให้กันในแบบแฟนและบำเรอกามอารมณ์ตามความต้องการของเราอยู่เสมอ เอาเป็นว่าผมและท็อปได้ฝึกฝนทดลองแทบจะทุกๆ ท่าในการสืบพันธุ์กันมาทั้งนั้น ทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ แต่ก็ไม่ถึงกับช่ำชองเพียงแต่ตอบสนองความต้องการของวัยรุ่นก็เท่านั้น หลังจากจบชั้นมัธยมปลาย ผมสอบติดมหาวิทยาลัย ส่วนท็อปตัดสินใจไม่เรียนต่อ ช่วงนั้นต่างคนก็เหมือนรู้ว่ามันคงถึงเวลาที่ความสัมพันธ์ของเราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง เพราะท็อปรู้ตัวเองแล้วว่าชอบผู้หญิง ส่วนผมก็ยังยึดมั่นในเพศของผมต่อไป นั่นทำให้เราติดต่อกันน้อยลง แต่ก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนมาถึงปัจจุบัน ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยนั้นผมไม่มีแฟนเลยและไม่มีแม้กระทั่งคู่นอนด้วย เพราะตอนนั้นเรียนหนักมากๆ แต่ก็ยังมีความสัมพันธ์กับพี่นัทแบบพี่น้องมาโดยตลอด ตอนนั้นผมเองก็รู้สึกตัวแล้วว่าชอบพี่นัทขึ้นมาจริงๆ แต่มันก็ยังทำอะไรไม่ได้ทั้งตัวพี่นัทเองที่ดูเหมือนต้องการรักษาระยะห่างของเราไว้เพื่อที่จะไม่ได้มาทำร้ายกัน แต่ใจของผมกลับอยากอยู่ใกล้พี่นัทเหมือนสมัยที่เรายังดีกันมากกว่านี้ ผมเองก็ไม่กล้าที่จะบอกพี่นัทว่าผมอยากคบกับพี่นัท เพราะกลัวจะโดนปฏิเสธ ในใจคิดว่าพี่นัทไม่มีทางกลับมารักผมได้หรอก ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นผมจะได้เจอกับพี่นัทก็แค่เฉพาะที่สระว่ายน้ำบ้างหรือที่ร้านอาหารแถวบ้านบ้าง มีโทรศัพท์คุยกันบ้าง แต่ส่วนมากจะเป็นคุยกันผ่านไลน์ซะมากกว่า ยิ่งทำให้ดูไม่มีทีท่าว่าจะก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้ จนกระทั่งช่วงที่ผมเรียนมหาวิทยาลัยปี 4 ตอนนั้นสอบได้ทุนไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น 2 ปี ซึ่งช่วงนั้นผมลังเลมากว่าจะไปดีไหม เอาจริงๆ หลักๆ ไม่ได้สนใจโอกาสอันดีนี้เลย แต่กลัวว่าจะอยู่ห่างจากพี่นัทไปอีก จนเขาอาจจะลืมเราไปได้ จนเกิดเหตุการณ์ในเย็นวันหนึ่งก่อนที่ผมจะตัดสินใจไปแลกเปลี่ยนไปญี่ปุ่นซึ่งผมจำวันนั้นได้ดี ผมกลับมาถึงบ้านตามปกติ ขณะที่กำลังเข้าซอยบ้านก็แวะร้านสะดวกซื้อเพื่อหาอะไรเย็นๆ ดื่มแล้วก็เจอกับพี่นัทเดินอยู่กับผู้ชายอีกคน
"อ่าว กาย ว่าไงวันนี้เลิกเร็วหรอ" พี่นัทเห็นผมแล้วจึงทักทาย
"ครับ พอดีร้อนๆ เลยมาอะไรเย็นๆ ดื่มครับ" ผมตอบพลางมองไปทางชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับผม ผิวขาว สูงสัก 165 น่าจะได้ ซึ่งตอนนั้นผมสูง 170
"นี่กาย น้องที่รู้จักน่ะ บ้านเขาอยู่แถวนี้" พี่นัทหันไปพูดกับชายหนุ่มคนนั้น "กาย นี่แม็ก แฟนพี่เอง" ผมเหมือนถูกตบเข้าที่หน้าอย่างแรง รู้สึกชาไปหมดทั้งตัว ขณะที่ีชายหนุ่มด้านข้างก็ทำหน้าเอาเรื่องพี่นัท เหมือนโกรธๆ ที่จู่ๆ พี่นัทก็พูดออกมาในที่สาธารณะ แต่พี่นัทก็ทำเป็นกอดคอและทำหน้ากวนๆ
"สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ" ผมตอบพลางกลั้นน้ำตาเอาไว้
"พี่ขอตัวไปก่อนนะ เออ ถ้าจะเอาชาเย็นละก็ วันนี้หมดนะ กายลองหาอย่างอื่นดื่มดีกว่า" พี่นัทหันมาบอกผม พี่นัทยังจำได้ว่าผมชอบชาเย็น แต่ตอนนี้พี่นัทคงให้ความสำคัญคนอื่นมากกว่าผมแล้ว ตอนนั้นผมรู้สึกเจ็บหน้าอกมากๆ เจ็บไปถึงข้างใน หลังจากพี่นัทเดินออกไปพร้อมแม็ก ผมก็รีบตามออกไป เห็นทั้งคู่เดินขึ้นไปขนคอนโดพี่นัท บอกเลยว่าตอนนั้นผมบ้ามาก คิดอะไรไม่ออก นอกจากไปนั่งอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวที่ติดกับคอนโดเพื่อดูว่าทั้งคู่จะออกมาเมื่อไหร่โดยที่แทบไม่ได้แตะต้องชามก๋วยเตี๋ยวเลย ผมนั่งรออยู่อย่างนั้นจนเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วก็เห็นพี่นัทเดินมาส่งแม็กขึ้นรถแท็กซี่พร้อมทำท่าบอกลากันอย่างหวานชื่น ผมนั่งมองอย่างเหม่อลอยจนกระทั่งพี่นัทดูเหมือนจะหันมาทางผม ผมรีบฟุบหน้าลงกับโต๊ะ จนผ่านไปครู่หนึ่งค่อยมองขึ้นมาแล้วก็เห็นว่าพี่นัทไม่อยู่แล้ว คืนนั้นผมนอนไม่หลับเลยเป็นอีกคืนที่ผมนอนไม่หลับจริงๆ ถ้าไม่รวมคืนที่ผมส่งข้อความไปขอโทษพี่นัท และเป็นครั้งแรกที่ผมร้องไห้หนักมาก ร้องจนถึงเช้า มามหาวิทยาลัยเพื่อนก็ถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอะไร แต่ผมก็บอกว่าไม่เป็นอะไร ตาบวมเพราะนอนดึก มีไข้ บลา บลา บลา และนั้นทำให้ผมตัดสินใจเดินไปหาอาจารย์คณะเพื่อแจ้งความจำนงค์ในการศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผมก็ไม่ค่อยได้คุยกับพี่นัทอีกเลย ไม่ไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำ ไม่พยายามไปที่ที่มีโอกาสผมเขา แม้กระทั่งเรื่องที่ไปญี่ปุ่นก็ไม่จำเป็นต้องบอกพี่นัทอีกแล้ว และก่อนไปญี่ปุ่นผมก็ตัดสินใจยกเลิกเบอร์โทรศัพท์เก่า เพราะคงไม่ได้ใช่ไปอีก 2 ปีและตัดสินใจยกเลิกใช้ไลน์เก่าเพื่อตัดความคิดเรื่องพี่นัทออกไปให้หมด และแล้ววันเดินทางก็มาถึง จากนี้ละผมจะใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้คุ้มค่าที่สุด ผมตั้งปฏิญาณไว้แบบนั้น กอดลาพ่อแม่ เพื่อนที่มาส่ง และขึ้นเครื่องไป.........to be continued
(ความในใจผู้เขียน G :
1. เนื้อเรื่องครั้งนี้อาจจะไม่ค่อยหวือหวานะครับ เพราะช่วงนั้นมันค่อนข้างดราม่าจริงๆ ส่วนข้อความที่พี่นัทส่งให้นั่นก็เป็นข้อความจริงทั้งหมดซึ่งผมยังจำได้ทุกประโยคจนถึงตอนนี้ ส่วนเรื่องที่เลิกกันกับท็อปก็เป็นไปตามธรรมดาทั่วไป จริงๆ ช่วงที่คบกันก็มีความสุขมากๆ ตอนแรกตั้งใจจะเล่าช่วงที่คบกับท็อปให้ครบทุกเรื่อง แต่ส่วนมากจะเป็นเรื่องทั่วไปอารมณ์แบบแฟนกันมากกว่า ส่วนเรื่องเซ็กก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก เกรงว่าผู้อ่านจะเบื่อเลยขอข้ามมายังบทสรุปเลยครับ
2. เรื่องการใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น เดี๋ยวผมจะขออนุญาตแตกย่อยออกมาเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ชื่อเรื่อง "เกียวโตที่รัก..." อาจจะมีสักประมาณ 4-5 ตอนซึ่งเป็นช่วงที่ผมใช้ชีวิตแบบเปลี่ยนคู่นอนไปตามอารมณ์โดยไม่คบกับใครเป็นตัวเป็นตน แต่อยากจะบอกว่าแซ่บมาก...หรือเปล่า ยังไงก็ลองติดตามกันครับ
3. ส่วนเรื่อง "ชีวิตของกาย" ก็ใกล้จะถึงบทสรุปแล้วนะครับ อาจจะอีกสัก 2 ตอนครับ ยังไงก็รบกวนติดตามกันด้วยนะครับ)
จะรอติดตามครับ ขอบคุณครับผม{:5_130:} {:5_119:}ติดตามแน่นอนครับ{:5_119:} น่าติดตามมากครับตอนไปญี่ปุ่น รออ่านครับ ขอบคุณครับ จะรอติดตามนะ ขอบคุณ ขอบคุณครับ. มากมาย ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ รอติดตามนะครับ
ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ท็อปเห็นแก่ตัวมาก ถ้าเป็น เราเลิกตั้งแต่อยู่บ้านพักตากอากาศแล้วอะ ขอบคุณครับ น่าสงสารกายจังครับ รอติดตามเลย...จะเจอพี่นัทอีกทียังไง สงสารกาย แต่มันก็เปนวงจรตามกาลเวลานะ