arr_tao โพสต์ 2014-3-13 15:49:12

ผีจอมซน

สมัยหนุ่มๆ ผมอยู่ในซอยอ่อนนุช พระโขนงนี่เอง กลางวันทำงาน ตกค่ำเล่นดนตรีชาโดว์ วงผมขนาดกระเป๋าก็มีกีตาร์สอง กลองหนึ่ง ผลัดกันร้องเพลง เย-เย้-เย...ได้ทั้งความสนุกสนานกับมีรายได้พิเศษไว้ซื้อเสื้อผ้ากับเที่ยวเตร่อีกด้วย

เพื่อนผมชื่อประวิทย์กับชูชาติ เลยเรียกขานกันตามยุคสมัยว่า "ไอ้หวิด" กับ "ไอ้ชาร์ด" ให้ฟังคล้ายเอลวิส เพรสลีย์ กับ คลิฟต์ ริชาร์ด ไงครับ แต่เดี๋ยวนี้ไอ้ชาร์ดลาโลกไปแล้ว เหลือแต่ผมกับไอ้หวิด อายุอานามปาเข้าไปใกล้ 70 ปีแล้วทั้งคู่

ตอนนั้นบังเอิญบ้านเราอยู่ใกล้ๆ กันด้วย รับงานที่ไหนก็ไปด้วยกัน กลับด้วยกันถึงบ้านผมก่อน ส่วนสองคนนั้นอยู่ลึกเข้าไปหน่อย

เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน ซอยอ่อนนุชเปล่าเปลี่ยวชนิดที่คนสมัยนี้นึกไม่ถึงล่ะครับ มีแต่ทุ่งหญ้า ทุ่งนา ป่าละเมาะ หมู่บ้านอยู่ลิบๆ มีกุโบร์ (ป่าช้าแขก) อยู่ทางเดินริมคันนาด้วย

กลางวันยังเปลี่ยวน่าดู ตกค่ำคืนหรือตอนดึกๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เดินพลางเหลียวซ้ายแลขวาไปพลาง อากาศเย็นยะเยือก ลมพัดซู่ซ่าน่าใจหาย หมาเจ้ากรรมก็ช่างโก่งคอหอนได้หอนดี ไม่รู้ว่ามันเห็นสวรรค์วิมานอะไรของมัน

แหม...คนยิ่งปอดกระเด้งๆ อยู่ด้วย...ปัดโธ่!

คืนหนึ่งดวงซวยสุดขีด พวกเราต้องเจอะเจอเรื่องขนหัวลุกเข้าอย่างจังๆ

คืนนั้น เรารับงานแต่งงานไว้แถววัดใต้ ต้องข้ามคลองไป อยู่ก่อนถึงวัดมหาบุศย์ ชื่อดังเสียด้วย แต่งานคือเงิน-เงินคืองาน-บันดาลสุขนะครับ ไปไหนเป็นไปกันซีน่า เรื่องผีๆ สางๆ สำหรับคนหนุ่มอย่างพวกเราน่ะมันจิ๊บจ๊อยเต็มที

ทุกสิ่งผ่านไปอย่างราบรื่นชื่นบาน พวกวัยรุ่นสนุกสนานกับเพลงของพวกเรา เจ้าภาพก็เลี้ยงเบียร์เต็มที่ กับแกล้มพร้อม ราวสี่ทุ่มก็เป็นอันว่าเสร็จงาน รับเงินค่าจ้างแล้วยกมือไหว้อำลาเจ้าภาพจงเจริญกลับเคหา

เรื่องอุบาทว์เกิดขึ้นตอนเราข้ามคลอง แล้วเดินกลับบ้านนี่เองครับ!

สองข้างทางมีแต่ความเปล่าเปลี่ยวสิ้นดี แสงดาวกะพริบเต็มฟ้า สายลมคร่ำครวญวู่หวิวเหมือนเสียงใครกำลังสะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าโศก ผมรู้สึกปากคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายหลายๆ ครั้ง

เจ้าหวิดเดินนำหน้า ผมอยู่กลาง มีเจ้าชาร์ดรั้งท้าย เพราะทางมันแคบจนต้องเดินเรียงหนึ่งกัน

หมู่บ้านกับสุเหร่าเห็นอยู่ลิบๆ ในความคิดผมดูมันช่างห่างไกลเหลือเกิน

อากาศยามดึกเยือกเย็นน่าใจหาย สายลมที่พัดผ่านก็ทำให้หนาวสะท้านเข้าไปถึงหัวใจ เราเดินกันไปเงียบๆ คิดว่าต่างคนคงจะเสียวสันหลังพอๆ กัน เพราะรอบตัวมีแต่ความอ้างว้างวังเวงจนน่าขนลุกขนพอง

ทันใดนั้นเอง ผมก็มองเห็นภาพนั้นเข้าพอดี!

มะพร้าวต้นหนึ่งอยู่ข้างทางด้านขวามือ ลำต้นมันเอนลงมาแทบขนานพื้นดินคล้ายจะล้ม แต่กลับชูยอดขึ้นไป มิน่าล่ะถึงได้เคยเห็นตำบลต่างจังหวัดชื่อ...มะพร้าวเอน

ที่น่าแปลกกว่าทุกครั้งก็คือ มีเด็กชายอายุราวสิบขวบยืนเกาะต้นมะพร้าว แต่งตัวคล้ายชุดลูกเสือ แต่ไม่มีหมวกกับผ้าพันคอ เสื้อก็ปล่อยชายออกมานอกกางเกง...จะว่าแกมาเล่นอะไรแถวนั้นก็ไม่น่าจะเป็นไปได้

ใบหน้าเล็กๆ จ้องมองพวกเราที่เดินใกล้เข้าไป แล้วจู่ๆ ก็เกิดเรื่องนรกจกเปรตขึ้นมาโดยไม่นึกไม่ฝัน!

นั่นคือ เด็กชายผู้นั้นเผ่นขึ้นวิ่งอ้าวไปบนต้นมะพร้าวเหมือนเล่นกล พรวดเดียวไปถึงยอดมะพร้าวเห็นๆ เล่นเอาพวกเราร้องเฮ้ย! ออกมาพร้อมๆ กัน เจ้าชาร์ดผู้เดินหลังผมวิ่งถลาขึ้นแซงหน้าเราทั้งสองคน เจ้าหวิดกับผมโจนตามอย่างไม่คิดชีวิต แว่วคล้ายเสียงหัวเราะแหบโหยดังไล่หลังมาติดๆ

ถึงบ้านผมก่อน เพื่อนทั้งสองบอกว่ายอมแพ้ ขออาศัยนอนด้วยซักคืน ขืนไปต่อแล้วเกิดเจอไอ้เด็กเปรตนั่นมายืนขวางหน้า มีหวังขวัญหนีดีฝ่อตายกันพอดี

วันรุ่งขึ้น ผมต้องไปทางหมู่บ้านเพื่อถามถึงเรื่องราวของมะพร้าวผีสิงต้นนั้น...ไม่ยอมเดินผ่านทางเก่านั้นหรอกครับ แม้จะเป็นกลางวันแสกๆ ก็เถอะเอ้า

ชาวบ้านไม่ได้แสดงความแปลกประหลาดใจอะไรเลย บอกว่ามีเด็กไปเล่นแถวนั้นแล้วโดนงูกัดตายมาเกือบปี ใครๆ ก็เคยเห็นวิญญาณเด็กน้อยจอมซนวิ่งขึ้นต้นมะพร้าวให้ดูบ่อยๆ จนไม่มีใครกล้าเดินผ่านตอนกลางคืนกันแล้วครับ

ผมกับเพื่อนๆ ก็ขนหัวลุกอยู่หลายวัน ต้องช่วยปลอบใจกันและกันกว่าจะยอมรับงานดนตรีในค่ำคืนอีกต่อไป แต่ไม่ยอมเดินกลับบ้านทางเก่าตลอดกาล
หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: ผีจอมซน