gronma โพสต์ 2012-5-8 18:01:09

ผีทวงสมอง (ถ้าเคยฟังมาแล้วขอโทดด้วยนะครับ)

ถ้าเราเหยียบสมองของคนตายโดยไม่ได้ตั้งใจ
อะไรจะเกิดขึ้น

          เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่พี่ทำงานอยู่ในโรงแรมชั้นนำแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำที่มีอาคารด้านหนึ่งติดกับทางด่วน มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ขอสมมติว่าชื่อชัยก็แล้วกัน เจ้าชัยเป็นพนักงานต้อนรับส่วนหน้าที่ชอบหนีมานั่งคุยกับพนักงานในฝ่ายบุคคลที่พี่ทำงานอยู่เสมอ

            เจ้าชัยนี่มีนิสัยแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือชอบประพฤติตัวเป็นไทยมุง ที่ไหนมีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์อะไรจะต้องมีเจ้าชัยไปยืนชะเง้อมุงดูกับเขาด้วยเกือบทุกครั้ง เคยเตือนไปหลายครั้งแล้วว่ามันเป็นการกระทำที่ไม่ดีนัก เพราะหากเหตุการณ์นั้นเกิดร้ายแรงขึ้นมาจะพลอยเดือดร้อนไปด้วยแต่เจ้าชัยไม่เคยฟัง เขายังคงปฏิบัติตนเป็นไทยมุงตามปรกติจนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้นมาจนได้

            เจ้าชัยเล่าให้ฟังว่า เช้าวันหนึ่งขณะที่กำลังแต่งตัวเพื่อที่จะออกไปขึ้นรถไปทำงาน เขาได้ยินเสียงรถเบรกดังสนั่นตามมาด้วยเสียงดังโครมใหญ่และเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของผู้คน โดยไม่รอช้า เจ้าชัยรีบออกจากบ้านและเดินตรงไปยังต้นเสียงซึ่งอยู่ปากซอยไม่ห่างจากบ้านของเขาเท่าใดทันที เขาเห็นผู้คนกลุ่มใหญ่กำลังยืนรุมดูอะไรบางอย่างพร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ สันชาติญาณไทยมุงทำงานขึ้นมาในทันที ชัยเดินไปแหวกฝูงชนและชะโงกหน้าเข้าไปมองด้วยความอยากรู้ ภาพที่เห็นทำให้เขาต้องผงะเล็กน้อยพร้อมกับเบ้หน้าด้วยความสยอง ตรงหน้าของเขานั้นเป็นร่างของเด็กหนุ่มซึ่งเป็นคนขับรถมอร์เตอร์ไซด์รับจ้างภายในซอยของเขานั่นเอง ร่างของเขานอนหงายตาเหลือกค้างแขนขาบิดไปจนผิดรูปเหมือนรถคู่ชีพที่กองเป็นซากอยู่ไม่ไกล ที่น่าขนลุกที่สุดก็คือส่วนหัวของเด็กหนุ่มผู้นั้นซึ่งถูกแรงกระแทกจากการชนอย่างรุนแรงจะกะโหลกเปิดคล้ายกะลามะพร้าว มันสมองสีขุ่นหลุดกระเด็นออกมากองเละอยู่ท่ามกลางกองเลือดส่งกลิ่นเหม็นคาวจนแทบจะสำลัก ชัยพยายามถอยออกแต่คนที่อยู่ด้านหลังผลักเขาจนเซไปข้างหน้า เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงไปบนกองเลือด เขารีบดึงกลับและก้าวออกมาจากที่เกิดเหตุทันทีจากนั้นจึงขึ้นรถประจำทางตรงไปยังที่ทำงาน

            ชัยปฏิบัติหน้าที่การงานตามปรกติแม้เขาจะรู้สึกแปลกๆไปบ้าง เช่นเหมือนขาข้างหนึ่งหนักจนก้าวแทบไม่ออกหรือได้กลิ่นคาวจัดของอะไรบางอย่างลอยมาตามลม แต่ด้วยความที่เป็นคนร่าเริงจึงไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งเลิกงานกลับบ้าน เขาแวะซื้อกับข้าวปากซอยและฟังแม่ค้าเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนเช้าด้วยท่าทางตื่นเต้นอีกครั้ง และออกปากด่าพวกไทยมุงว่านอกจากไม่ช่วยแล้วยังไปเหยียบสมองของผู้เคราะห์ร้ายจนแทบเละอีกด้วย ชัยฟังแล้วรู้สึกขนลุก เขารีบจ่ายเงินและเดินกลับบ้านทันที หลังจากอาบน้ำกินข้าวจนเสร็จเรียบร้อยแล้วชัยจึงนั่งดูโทรทัศน์ต่อ ในตอนที่ขยับตัวเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถนั้นเขารู้สึกเหมือนขาข้างหนึ่งเป็นเหน็บจนแทบจะยกไม่ขึ้น หลังจากนวดเฟ้นอยู่พักใหญ่ชัยจึงตัดสินใจขึ้นนอน

            หลังจากหลับสนิทไปครู่ใหญ่ชัยก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนดึกเมื่อได้ยินเสียงคล้ายมีรถพุ่งเข้าชนกับอะไรบางอย่างเสียงดังสนั่น เขารีบขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้นไปดูแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อทั่วทั้งร่างแข็งเกร็งคล้ายถูกอะไรบางอย่างมัดเอาไว้ ในตอนที่กำลังตกใจอยู่นั้นหูของชัยก็ได้ยินเสียงประตูบ้านเปิดออกพร้อมเสียงตึงตังขึ้นมายังชั้นบน ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไรประตูห้องก็ถูกกระแทกให้เปิดออก ชัยเหลือบตาไปมองและต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างโชกเลือดของเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายกำลังใช้แขนทั้งสองข้างดันร่างของตัวเองให้คืบคลานเข้ามาหา ส่วนหัวของเขาถูกเปิดออกภายในว่างเปล่ามีเพียงลิ่มเลือดเท่านั้น ชัยบอกว่าเขาพยายามจะหลับตาแต่ก็ทำไม่ได้ จะส่งเสียงร้องแต่ดูเหมือนจะติดค้างอยู่แค่ลำคอ เขาได้แต่มองเด็กหนุ่มผู้นั้นเงยหน้าขึ้นและอ้าปากกว้างพร้อมกับร้อง

            “พี่เอาสมองผมมาทำไม”

            ทันทีที่เสียงสยองนั้นจบลงชัยรู้สึกเหมือนหลุดออกจากภวังค์ เขาลุกพรวดขึ้นและส่งเสียงร้องดังลั่น เขาจ้องร่างโชกเลือดที่กำลังจางหายไปและหลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

            เช้าวันรุ่งขึ้นชัยพบว่าเขากลับขึ้นไปนอนบนเตียงอีกครั้งโดยมีเพื่อนบ้านสองสามคนนั่งมองด้วยสายตาเป็นห่วง พวกเขาบอกว่าหลังจากได้ยินเสียงชัยก็คิดว่าคงถูกขโมยทำร้ายจึงรีบพากันมาดูและพบว่าเขานอนสิ้นสติอยู่ที่ปลายเตียงจึงช่วยกันปฐมพยาบาลจนกระทั่งเช้า ชัยจึงเล่าเหตุการณ์ที่ตัวเองประสบมาจนหมด เพื่อนบ้านคนหนึ่งทำท่าคิดและย้อมถามว่าเมื่อวานชัยสวมรองเท้าคู่ไหนไปทำงาน ชัยตอบว่ารองเท้าผ้าใบที่ถอดไว้หน้าประตู หลังจากที่ได้ฟังคำตอบเพื่อนบ้านคนนั้นได้ลงไปชั้นล่างและกลับขึ้นมาพร้อมกับรองเท้าข้างหนึ่ง เขายื่นส่งให้กับชัยและชี้ไปยังก้อนไขมันสีขาวขุ่นซึ่งติดอยู่ในร่องบนพื้นรองเท้า ชัยมองด้วยความรู้สึกสยอง เพื่อนบ้านคนนั้นจึงพูดขึ้น

            “ชัยไปเหยียบสมองของเขาทำให้ร่างกายคนตายไม่ครบ เอารองเท้าคู่นี้ไปวัดแล้วให้พระทำพิธีซะ ไม่อย่างนั้นคืนนี้เด็กคนนั้นกลับมาหาอีกแน่”

            ไม่ต้องบอกซ้ำสอง ชัยรีบแต่งตัวและตรงไปยังวัดพร้อมกับทำบุญถวายสังฆทานให้กับเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายจนเสร็จเรียบร้อยจึงกลับไปที่ทำงาน พี่นั่งฟังเรื่องของเขาจนจบและย้อนถาม

            “ยังอยากจะดูอะไรเด็ดๆอีกไหม”

            “ไม่แล้วพี่” ชัยตอบเสียงแห้ง “ผมไม่ขอเป็นไทยมุงอีกไปจนวันตาย”

jokerboy00 โพสต์ 2012-6-12 09:48:37

ขอบคุณมากนะครับ

hello_lovestory โพสต์ 2018-8-1 00:51:15

น่ากลัว

Dawloy โพสต์ 2020-2-15 14:31:42

ขอบคุณคับ

ore โพสต์ 2021-3-21 08:45:33

ขอบคุณมากนะครับ

Zapza13 โพสต์ 2021-3-27 04:48:09

น่ากลัวมาก

TTT36 โพสต์ 2021-5-4 01:40:29

หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: ผีทวงสมอง (ถ้าเคยฟังมาแล้วขอโทดด้วยนะครับ)